
ระวังเถอะ
เมื่อเร็วๆ นี้ มีผลสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร ที่เห็นแล้วต้องระมัดระวังอย่างมาก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อเร็วๆ นี้ มีผลสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร ที่เห็นแล้วต้องระมัดระวังอย่างมาก
เจโทรสำรวจความเห็นของบริษัทญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทย และพบว่านักลงทุนญี่ปุ่นมองตลาดที่มีแนวโน้มสดใสในอาเซียนก็คือ อินโดนีเซีย มาอันดับแรก 51% และเป็นครั้งที่ 3 ของการสำรวจที่อินโดนีเซียอยู่ในอันดับต้น
ส่วนประเทศที่มีมุมมองที่ดีอันดับรองลงมา คือ พม่า 37% และเวียดนาม 33%
ขณะที่กัมพูชาและลาวมีลำดับที่ดีขึ้น เพราะกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้เอกชนญี่ปุ่นและบริษัทการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่นสนใจ 2 ประเทศนี้
ส่วนประเทศที่สนใจไปตั้งฐานหรือขยายธุรกิจ คือ อินโดนีเซีย 59% เพราะเป็นตลาดใหญ่ เวียดนาม 39% และพม่า 30% เพราะบริษัทญี่ปุ่นมองเป็นโอกาสในอนาคต รวมถึงฟิลิปปินส์ที่บริษัทญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
ถ้ารวมประเทศนอกอาเซียนเข้ามาด้วย อันดับความสนใจยังคงเป็นอินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม และอินเดีย ยังเป็นประเทศเป้าหมายอันดับ 14 ที่ญี่ปุ่นต้องการขยายธุรกิจและการค้าภายใต้ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) แต่ต้องมีการปรับปรุงระบบต่างๆ เช่น พิธีศุลกากร ใบอนุญาตทำงาน อัตราภาษีศุลกากรที่สูง
บริษัทญี่ปุ่นต้องการลงทุนในอาเซียนมากขึ้น เพราะเห็นลู่ทางธุรกิจที่เป็นไปได้ ตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ค่าแรงถูก และมีโอกาสเติบโต
สำหรับประเทศไทยบริษัทญี่ปุ่นยังคงใช้ไทยเป็นฐานโรงงานแม่ที่เข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เปรียบเสมือนเป็นฐานการผลิตแห่งที่ 2 ในภูมิภาค เนื่องจากมีความมั่นคง แต่ต้องปรับสภาพแวดล้อมในการลงทุนให้น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม บริษัทญี่ปุ่นสะท้อนปัญหาสำคัญในไทย 5 ประการ โดย 3 ใน 5 เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคลากร คือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การขาดแคลนระดับผู้จัดการ และการเปลี่ยนงาน ส่วนอีก 2 ปัญหา คือ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและราคาขายต่อหน่วยลดลง
นอกจากนี้ ยังได้สอบถามแนวคิดประเทศไทยบวก 1 เป็นครั้งแรก เพื่อดูว่าบริษัทญี่ปุ่นมองหาลู่ทางขยายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้ไทยเป็นฐานหรือไม่ พบว่า 34% ได้ดำเนินการแล้ว อีก 24% มีแผนหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ
นี่แหละผลสำรวจที่แสดงถึงคู่แข่งด้านการลงทุนในอาเซียนที่อินโดนีเซียมาแรง
ถ้ายังอยู่ในวังวนช่วงชิงอำนาจไม่เลิก
เราโดนทิ้งไปได้ง่ายๆ







