ระวังเถอะ

  • วันที่ 25 ก.ค. 2556 เวลา 08:20 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

โตโยต้า มอเตอร์ ประกาศกลยุทธ์การลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่จะเป็นฐานการผลิตสำคัญ

สำหรับประเทศไทย ยังคงเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 รวมถึงเป็นศูนย์ด้านวิจัยและพัฒนาของภูมิภาค

แต่ตลาดที่โตโยต้ามอง ไม่เพียงเฉพาะไทยเท่านั้น ทว่ายังมีตลาดอื่นที่เป็นคู่แข่งด้วย นั่นคืออินโดนีเซีย

ไทยและอินโดนีเซีย เป็นตลาดอันดับที่ 4 และ 5 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน โดยคาดว่ายอดขายรถโตโยต้าในไทยจะประมาณ 5 แสนคัน ขณะที่อินโดนีเซีย 4 แสนคัน

คำพูดของโตโยต้า เป็นสิ่งที่ต้องมาพิจารณาอย่างยิ่ง เนื่องจากมีคำโฆษณามาตลอดว่า เราจะเป็นศูนย์กลางอาเซียน

แต่ในความเป็นจริง ต้องบอกว่า ยาก เอาเฉพาะแค่เทียบกับอินโดนีเซียก็เหนื่อยหนัก

ในแวดวงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ต่างรู้มาเนิ่นนานแล้วว่า ข้อตกลงในอาเซียน ถ้าอินโดนีเซียไม่พยักหน้าด้วยแล้ว ทุกข้อตกลงเป็นอันต้องพับไป

เหตุผลก็คืออินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใหญ่สุด ประชากรมากสุด และเศรษฐกิจใหญ่สุดในอาเซียน

ประชากรในอาเซียนมีรวมกันประมาณ 580 ล้านคน เป็นของอินโดนีเซียเกือบครึ่ง คือ 230 ล้านคน ขณะที่ไทยมีแค่ 70 ล้านคน

ตลาดอินโดนีเซียจึงใหญ่กว่าไทยกว่า 3 เท่า

ขณะเดียวกัน ขนาดเศรษฐกิจอินโดนีเซียประมาณ 6.7 แสนล้านเหรียญ หรือใหญ่ประมาณ 1 ใน 3 ของอาเซียน ขณะที่ไทยอยู่ระดับ 3 แสนล้านเหรียญ

ขนาดเศรษฐกิจของไทยจึงเล็กกว่าอินโดนีเซียกว่าเท่าตัว

ที่ผ่านมาอินโดนีเซียประสบปัญหาความอ่อนแอทางการเมือง จนทำให้กระทบปัญหาเศรษฐกิจ แต่ทว่าอินโดนีเซียแก้ปัญหาทางการเมืองได้สำเร็จ จึงกลายเป็นประเทศที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง

อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคแทนไทย และต้องการให้ญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตรถยนต์จากไทยมาที่อินโดนีเซีย

ขณะนี้ไทยมีกำลังการผลิตมากเป็นอันดับ 1 ที่ประมาณ 32% ในขณะที่อินโดนีเซียผลิตได้ที่ร้อยละ 31 ยอดการผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซียกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และบริษัทรถยนต์หลายยี่ห้อต่างประกาศเพิ่มกำลังการผลิตและลงทุนเพิ่ม

หากยังมะงุมมะงาหราอยู่กับความขัดแย้ง การออกกฎหมายนิรโทษกรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น จัดสรรผลประโยชน์เฉพาะพวกพ้อง ฯลฯ

พวกเราเสร็จแน่ๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ