
ใกล้เผา
เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง กำลังถูกจับตาว่าน่าจะเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง เนื่องจากกำลังซื้อหายไปจากระบบ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง กำลังถูกจับตาว่าน่าจะเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง เนื่องจากกำลังซื้อหายไปจากระบบ
ล่าสุด เจ้าสัวบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้เปรียบเสมือนการขับรถที่ต้องใช้เกียร์ต่ำ หรือต้องใช้เกียร์ 1
ในปีนี้หากเศรษฐกิจจะเติบโตได้แค่ 2-3% ก็ถือว่าดีแล้ว จากเป้าของภาครัฐที่คาดว่าจะเติบโต 5.50% และถ้าเศรษฐกิจโตน้อยกว่า 3% อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะคนตกงาน
ที่ผ่านมาแม้ว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเป็น 300 บาท ก็ไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคได้ เนื่องจากมีการนำเงินออกไปใช้ซื้อรถคันแรก ทำให้การบริโภคลดลง การทำส่งเสริมการขายใดๆ ก็ไม่ได้ผล เหมือนใส่ยาชา
เจ้าสัวบุณยสิทธิ์ ระบุว่า จากนี้ไปรัฐบาลต้องทำงานอย่างหนัก และต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดลดลงมาก
ในช่วงครึ่งปีหลัง เครือสหพัฒน์จะดำเนินนโยบายใช้เกียร์ต่ำ โดยปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ทุกธุรกิจซบเซา เฉพาะเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาตัวเลขการขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นอกจากนั้น สหพัฒน์จะชะลอการลงทุนทั้งหมดในครึ่งปีหลัง และต้องรอถึงปีหน้าบริษัทถึงจะพิจารณาแผนการลงทุนใหม่
นี่คือคำพูดที่ชัดเจนของเจ้าสัวบุณยสิทธิ์ ที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค ใกล้ชิดประชาชนมากสุด
และสิ่งที่เจ้าสัวบุณยสิทธิ์กล่าวออกมาสอดคล้องกับภาวการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่จัดเก็บรายได้สุทธิ 326,803 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 21,887 ล้านบาท หรือ 6.30%
สาเหตุสำคัญมาจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ส่งผลให้ผลประกอบการของภาคธุรกิจที่ยื่นชำระภาษีจากกำไรสุทธิประจำปี 2555 ต่ำกว่าประมาณ
นอกจากนี้ ผลจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และเหลือ 20% ในปีนี้ ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 25,113 ล้านบาท หรือ 18%
ที่สำคัญภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บต่ำกว่าประมาณการ 4,591 ล้านบาท หรือ 7.60% ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มก็คือภาษีทางตรง แสดงถึงการใช้จ่ายของประชาชนนั่นเอง
ทั้งหมดก็คือเงาสะท้อนอนาคตที่กำลังรออยู่
รอดไม่รอด ก็คิดกัน







