posttoday
หุ้นฟื้นตัวแบบตัวVหรือโยโย่

หุ้นฟื้นตัวแบบตัวVหรือโยโย่

17 มิถุนายน 2556

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFPผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFPผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)

ตลาดหุ้นไทยทรุดแรงเกินคาด 300 จุด ใน 3 สัปดาห์ ก่อนเด้ง 110 จุด ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีก่อน การฟื้นตัวจะมีรูปแบบเป็นตัว V หรือเด้งขึ้น-เด้งลง เหมือนการเล่นโยโย่ หรือจะเตี้ยลงอีกเป็นคำถามยอดฮิต ก่อนตอบคำถามนี้ ลองทบทวนภาวะตลาดหุ้นช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก่อน

ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนัก หลังจากประธานเฟดส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่า การลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ (QE) อาจมีขึ้นในการประชุมครั้งถัดๆ ไป ขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจด้านต่างๆ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคและข้อมูลด้านการจ้างงานของสหรัฐ

สัญญาณลด QE นี้ได้สร้างความกังวลว่าสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินโลกจะลดลง ก่อให้เกิดแรงขายอย่างหนักในตลาดพันธบัตร หุ้น รวมถึงทองคำ

ราคาพันธบัตรในตลาดหลักที่ทรุดฮวบ 5-10% กดดันสถาบันการเงินโดยเฉพาะในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ต้องขายสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ หรือหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่ขึ้นมามาก เพื่อนำกำไรมาชดเชยผลขาดทุนจากพันธบัตร

ราคาพันธบัตรที่ทรุดแรงจนดันบอนด์ยีลอายุ 10 ปี พุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบปีเศษ ได้ดึงดูดให้เกิดการปรับพอร์ตขายทำกำไรหุ้นที่พุ่งขึ้นมามาก แล้วโยกกลับเข้าพักเงินในตลาดพันธบัตร

การดำดิ่งของตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังได้สร้างความไม่มั่นใจต่อผู้ถือหน่วยลงทุนในอีเมอร์จิงมาร์เก็ตฟันด์ทั่วโลก จึงขายลดพอร์ตถึง 1.08 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.3 แสนล้านบาท ในช่วงวันที่ 29 พ.ค.-12 มิ.ย. 2556

แรงขายเพื่อรองรับการไถ่ถอนหน่วยลงทุน (Redemption) ผนวกกับแรงชอร์ตเซล (Short Sale) หุ้นไทยที่พุ่งพรวดเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงวันที่ 23 พ.ค.-14 มิ.ย. 2556 และความกังวลว่าจะเกิดแรงบังคับขายหุ้น (Forced Sales) จากพอร์ตมาร์จินโลน* ได้กดดัชนี SET สู่จุดต่ำสุดที่ 1,351 จุด ร่วง 300 จุด หรือ 18% ภายใน 3 สัปดาห์ สถานการณ์ช่วงนั้นเสมือนลูกหิมะกลิ้งลงมาจากยอดเขา มีขนาดผลกระทบใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะหยุดตรงไหน

(หมายเหตุ * ตลาดหลักทรัพย์รายงานเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่า พบการบังคับขายไม่ถึง 1% ของวอลุม|เทรดรวม)

อย่างไรก็ดี พื้นฐานเศรษฐกิจไทยและของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่ได้แย่ลงเหมือนราคาหุ้นที่ดิ่งลงมา

แม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงบ้าง แต่เชื่อว่าปีนี้จะขยายตัว 4.5-5% และจะเร่งขึ้นในปีถัดๆ ไป เมื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มีบทบาทนำ ขับเคลื่อนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่เครื่องชี้เสถียรภาพทั้งภายในและภายนอกอยู่ในเกณฑ์ดี

หลังการปรับฐานใหญ่ มูลค่าหุ้นไทยถูกลงมาก ณ ดัชนีที่ 1,400 จุด ค่าพี/อีตลาดหุ้นไทยลดเหลือ 12.5 เท่า ของประมาณกำไรปี 2556 ที่คาดว่าจะโต 18% เงินปันผลจะเพิ่มเป็น 3.60% และ 4.10% ในปี 2556-2557 ค่า P/BV จะเหลือ 2.1 และ 1.9 เท่า ในปี 2556-2557 ขณะที่ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ถูกคาดหมายว่าจะสูงถึง 17% ต่อปี

หลังดำดิ่งมา 3 สัปดาห์ เริ่มมีสัญญาณบวกต่อตลาดหุ้นไทยดังนี้

ประการแรก เงินบาทเริ่มแข็งค่า จากจุดแข็งสุดที่ 28.61 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2556 บาท อ่อนสุดที่ 31.16 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนเด้งมาที่ 30.55 บาท/ดอลลาร์

ประการที่ 2 ราคาพันธบัตร 10 ปี ของสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป ที่ทรุดแรงไปก่อนหน้านี้ เริ่มกระเตื้องขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

เสถียรภาพของค่าเงินและตลาดตราสารหนี้เป็นเงื่อนไขต้นๆ ที่บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นเริ่มหยุดไหลลง

ประการที่ 3 แรงขายต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเริ่มพลิกกลับเป็นซื้อ โดยซื้อสุทธิไป 1,394 และ 148 ล้านบาท ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ ตามลำดับ ก่อนหน้านั้นต่างชาติขายสุทธิอย่างหนักกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ในช่วงวันที่ 23 พ.ค.-12 มิ.ย. 2556

ประการที่ 4 ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียฟื้นตัวพร้อมๆ กันในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่า แรงขายปรับพอร์ตทั่วโลกเริ่มชะลอ

ประการที่ 5 แรงซื้อจากทริกเกอร์ฟันด์ บลจ.พร้อมใจกันเสนอขายทริกเกอร์ฟันด์ในช่วงวันที่ 6-13 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจะเปิดขายเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะระดมเม็ดเงินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ทริกเกอร์บางส่วนได้เริ่มช้อนซื้อหุ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประการที่ 6 แรงซื้อกลับหุ้นที่ถูกชอร์ตเซลไว้ (Short Covering) หากมีการซื้อคืน หุ้นมีโอกาสเด้งแรง หุ้นที่โดนชอร์ตไว้หนักๆ แต่พื้นฐานดี Valuation น่าสนใจ ได้แก่ ADVANC, KBANK, BBL, INTUCH, KTB, JAS, AOT, DTAC, BGH, CPALL, LH, QH เป็นต้น

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดบรรเทาความวิตกเรื่องลด QE หลังมีสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐชะลอออกมามากขึ้น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค.ทรงตัวจากเดือน เม.ย. อัตราการใช้กำลังการผลิตขยับลงเล็กน้อยสู่ระดับ 77.60% จาก 77.70% ในเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าภาคโรงงานสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงต้นเดือน มิ.ย. ซึ่งจัดทำโดยรอยเตอร์ส/มหาวิทยาลัยมิชิแกน ร่วงลงแตะ 82.7 จากเดือน พ.ค. ที่ 84.5

IMF ยังได้ลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐปี 2557 เหลือ 2.70% จาก 3% ที่คาดไว้เมื่อเดือน เม.ย. IMF คงคาดการณ์ปี 2556 ไว้ที่ 1.90% โดยระบุว่าการลดงบประมาณรายจ่ายจะส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงราว 1.75%

สัปดาห์นี้ต้องจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 18-19 มิ.ย.อย่างใกล้ชิด ตลาดการเงินอาจทรุดอีกครั้ง หากตีความสัญญาณจากเฟดว่า จะเริ่มลด QE ก่อนสิ้นปีนี้ และ/หรือลดการอัดฉีดมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ในทางกลับกัน ตลาดจะดีดรับเชิงบวก

การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยจะมีรูปแบบเป็นตัว V หรือโยโย่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวแปรข้างต้น แต่น่าจะเป็นแบบโยโย่มากกว่า โดยมีแนวต้านที่ 1,483 และ 1,525 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,440, 1,420 และมีจุดตัดขาดทุนที่ 1,395 จุด

ช่วงสั้น ตลาดยังผันผวน แต่เชื่อว่าจะแกว่งเข้าหามูลค่าพื้นฐานในระยะยาว หาจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่มูลค่าหุ้นถูก เช่น ADVANC, INTUCH, CPALL, BBL, KBANK, KTB, AOT, BGH, JAS, BTS, QH, SIRI เป็นต้น n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน