
ให้ซื้อก่อนรู้ผลเฟด ยังไม่ถอนคิวอีออกเร็ว
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ / [email protected]
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ / [email protected]
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรงตลอดสัปดาห์ รีบาวด์ไม่พ้น 1,600 จุด ก่อนปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตาม มีแรงซื้อเข้ามาในวันศุกร์ โดยตลาดปรับตัวขึ้นแรงหลังจากที่คาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐคืนวันศุกร์จะออกมาแย่และเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดคงมาตรการคิวอีไว้ ภาพโดยรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์จากความกังวลเรื่องการถอนมาตรการคิวอีออก รวมถึงแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิต่อเนื่องวันละเกือบ 5,000 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดัน
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะเริ่มยืนระยะได้ หลังจากที่ปรับตัวลงต่อเนื่องและรับรู้ข่าวลบเรื่องการถอนคิวอีของเฟดไปมากแล้ว ในกรณี|แย่หากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดี (กดดันหุ้น) แต่เชื่อว่าผลการประชุมเฟดก็จะยังไม่ส่งสัญญาณการถอนมาตรการคิวอีออกเร็วและเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในที่สุด ในขณะที่ปัจจัยลบภายในประเด็นเรื่องที่ไทยจะถูกลดอันดับเครดิตจากมูดี้ส์ในประเด็นเรื่องการจำนำข้าว ล่าสุด ทางมูดี้ส์ออกมาปฏิเสธ ทำให้คาดว่าตลาดจะยังมีช่วงแกว่งทางขึ้น
โดยเรายังคงประเมินว่าการถอนมาตรการออกยังไม่สามารถดำเนินการได้เร็ว เนื่องจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐผ่านทางดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางธนาคารกลางหลักๆ อื่นอย่าง ECB และ BOJ ที่ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลาย เราประเมินว่าการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรอย่างเร็วที่สุดจะเป็นปลายปีนี้ ต่างจากที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. โดยเราเชื่อว่าตลาดรับรู้ปัจจัยลบเรื่องนี้ไปในระดับหนึ่งแล้ว หากยังไม่มีการส่งสัญญาณเชิงลบในการประชุมเฟดวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ตลาดจะมีช่วงแกว่งตัวขึ้นได้ แม้ว่าภาพตลาดในวงกว้างจะเป็นการแกว่งตัวออกด้านข้างต่างกับก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสภาพคล่องเพิ่มเข้ามาในช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ส่วนปัจจัยที่เป็นบวกหลักๆ ที่เราให้ข้อสังเกตกับตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ มี 2 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นเรื่องของค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัว แรง ในคืนวันพฤหัสบดี โดย Dollar Index ปรับตัวลดลงกว่า 1.27% ในวันเดียว ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น|รวมถึงหุ้นไทย ทำให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสชะลอการขายลง ซึ่งดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินโลกกลับมาปรับตัวขึ้นจากต้นทุนทางการเงินของเฮดจ์ฟันด์ที่ลดลง
ประเด็นที่สองเรื่อง Trigger Fund หลายกองจะทยอยปิดการขาย IPO ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถเริ่มเข้าซื้อหุ้นได้ ส่งผลให้สัปดาห์หน้าเงินมีโอกาสไหลเข้าตลอดทั้งสัปดาห์ SCB ปิดการขายวันที่ 10 มิ.ย. TISCO ปิดการขายวันที่ 11 มิ.ย. MFC วันที่ 12 มิ.ย. และ AYF วันที่ 13 มิ.ย. ถือว่าเป็นปัจจัยภายในเฉพาะตัวที่หนุนตลาดหุ้นไทย
สำหรับทิศทางทองคำคาดว่า หากการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาแย่ จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทองคำ อย่างไรก็ตาม หากออกมาดีจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดทองคำ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการประชุมเฟดในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ เฟดจะยังไม่ถอนมาตรการออกเร็วและเป็นปัจจัยหนุนทองคำในที่สุด โดยทองคำมีแนวรับที่จะเป็นจุดเปลี่ยนทิศทางจากขึ้นเป็นลงอยู่ที่ 1,380 เหรียญสหรัฐ หากอ่อนตัวลงต่ำกว่าจะกลับมาแกว่งตัวลงแรง ในขณะที่การปรับตัวขึ้นจะมีแนวต้านหลักที่ 1,440-1,450 เหรียญสหรัฐ
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้น เนื่องจากประเมินว่าการถอนคิวอีออกยังไม่เกิดขึ้นเร็วและมีสัญญาณบวกจากค่าเงินดอลลาร์รวมถึงเม็ดเงิน Trigger Funds จะเริ่มเข้าซื้อหุ้นได้ในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยในกรณีเลวร้ายสุดหากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาผิดคาด คาดว่าการปรับตัวลงของ SET Index จะไม่อ่อนตัวลงต่ำกว่าบริเวณ 1,440 จุด ที่เป็น PE 12 เท่าที่เป็นระดับที่ตลาดหุ้นไทยซื้อขายกันบริเวณนี้ก่อนที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องสภาพคล่องจากคิวอี







