
เอาไม่อยู่
ประเด็นที่ทำให้เกิดข้อเป็นห่วงมาตั้งแต่รัฐบาลเข้าบริหารประเทศก็คือ การใช้จ่ายเงินงบประมาณมหาศาลไปกับสารพัดโครงการประชานิยม
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ประเด็นที่ทำให้เกิดข้อเป็นห่วงมาตั้งแต่รัฐบาลเข้าบริหารประเทศก็คือ การใช้จ่ายเงินงบประมาณมหาศาลไปกับสารพัดโครงการประชานิยม
เพราะผลที่จะตามมาคือปัญหาการขาดดุลการคลัง สุดท้ายจะก่อให้เกิดปัญหาหนี้สิน กลายเป็นวิกฤตของประเทศได้ง่ายๆ
แต่รัฐบาลก็ไม่ฟัง ยังคงเดินหน้านโยบายประชานิยมต่อไป
จนล่าสุด เหมือนกับเจอหมัดเสยเข้าปลายคาง เมื่อ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ส่งสัญญาณจะลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงมา
สาเหตุสำคัญเนื่องจากปัญหาการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว และจะทำให้เสถียรภาพทางการคลังของไทยอ่อนแอ
นี่แหละ จึงเกิดอาการเจ้าเข้า รีบร้อนหาข้อมูลไปชี้แจงกับมูดี้ส์ฯ
แต่ว่าไปแล้วสิ่งที่มูดี้ส์ฯ ระบุออกมา ไม่แตกต่างจากคำเตือนที่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ทำหูทวนลมกันมาตลอด จนมาเจอของแข็งระดับโลกเข้าไป จึงเกิดอาการเหมือนหลับกลางอากาศร่วงไม่เป็นท่า
ปกติการจัดอันดับเครดิตของมูดี้ส์ฯ จะแบ่งง่ายๆ เป็นระดับดี ระดับปานกลาง และระดับแย่ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นระดับขยะ
หากประเทศใดได้รับการจัดอันดับอยู่ขั้นขยะ รับรองได้ว่า เจ๊งกับเจ๊ง อย่างเดียว
เครดิตของไทยอยู่ในระดับกลางๆ คือ Baa1 ซึ่งน่าวิตกตรงที่ว่า ระดับดังกล่าว อยู่เหนือกว่าระดับขยะเพียงสองขั้นเท่านั้น
หากมูดี้ส์ฯ ลดอันดับไทยลงมาอีก 1 ขั้น ก็จะลงไปอยู่ที่ Baa2 และยังเหลืออีกเพียงขั้นกลางเพียงขั้นเดียวคือ Baa3 โดยถ้าถูกปรับลดลงไปกว่านี้ก็จะลงเหวสู่ขั้นขยะ
ปมที่มูดี้ส์ฯ กังขาชัดเจน คือ เสถียรภาพทางการคลัง โดยยกเอาโครงการจำนำข้าวมาเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากมียอดขาดทุนที่สูงลิ่ว มากกว่าที่เคยคาดไว้
และที่น่ากังวลก็คือโครงการรับจำนำข้าวยังคงเดินหน้าต่อไป ยอดการขาดทุนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สภาพดินพอกหางหมูเช่นนี้ ย่อมนำไปสู่การถูกลดเครดิต
ซ้ำร้ายภาระการคลังในอนาคต ยังจะถูกเพิ่มเติมด้วยดอกเบี้ย และเงินกู้จากโครงการ 2.2 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.กู้เงินโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ต้องผนวกเข้าไปในอนาคตด้วย
ความอ่อนแอของสถานะการคลังในขณะนี้สะท้อนได้จากยอดการขาดดุลงบประมาณ ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด
เมื่อนำมาคิดถึงภาระหนี้สินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งมองไม่เห็นทางออกจะไปกันอย่างไร
น่าห่วง จะเอาไม่อยู่กันจริงๆ







