
เอาประเทศไปเดิมพัน
กลายเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ส่งสัญญาณจะลดความน่าเชื่อถือของไทย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ส่งสัญญาณจะลดความน่าเชื่อถือของไทย
สาเหตุสำคัญเนื่องจากปมขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวทะลุ 2 แสนล้านบาท มากมายมหาศาลกว่าที่เคยประเมินไว้
แล้วการปรับลดความน่าเชื่อถือจะส่งผลอะไรบ้าง
อย่างแรกก็คือ ต้นทุนเงินของประเทศจะสูงขึ้น
ในโลกทุนนิยม จะมีการระดมทุนจากต่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ในรูปตราสารทางการเงิน อาทิ หุ้นกู้ ฯลฯ ซึ่งเป็นเสมือนการกู้ยืมเงินดีๆ นี่เอง
บรรดาตราสารทางการเงินเหล่านี้ จำเป็นต้องมีคนกลางเข้ามาจัดอันดับความน่าเชื่อถือในการกู้ยืม โดยมีการจัดอันดับทั้งประเทศ ทั้งบริษัทเอกชนที่มีการออกตราสารการกู้ยืมเงิน
ถ้าได้รับการจัดอันดับโดยให้เครดิตดี ดอกเบี้ยก็จะต่ำ ในทำนองกลับกัน ถ้าเครดิตแย่ ดอกเบี้ยก็จะสูง ปกติบริษัทเอกชนจะได้รับเครดิตดีสุด ก็คือเท่ากับเครดิตของประเทศ
ในโลกมีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากมาย แต่ที่ได้รับการยอมรับมี 3 เจ้าใหญ่ๆ คือ มูดี้ส์ฯ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) และ ฟิทช์ เรทติ้งส์
ทั้ง 3 เจ้าเหล่านี้ก็จะคอยจัดอันดับเครดิตประเทศต่างๆ หรือตราสารหนี้บริษัทเอกชน เพื่อกำหนดต้นทุนทางการเงิน หรือดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะต้องจ่ายนั่นเอง
แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าต้นทุนการกู้เงินก็คือความมั่นใจทางเศรษฐกิจ
หากประเทศใดได้รับการจัดอันดับโดยให้เครดิตสูงๆ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจมั่นคง ในทางกลับกัน หากถูกจัดอันดับให้เครดิตต่ำๆ ก็แสดงถึงเศรษฐกิจมีปัญหา
และแน่นอน หากประเทศใดได้เลื่อนเครดิต ก็แสดงว่าเศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น แต่ถ้าถูกลดเครดิต แสดงว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจมีปัญหา
นี่แหละ เมื่อมูดี้ส์ฯ บอกว่าจะลดเครดิตของไทย จึงเกิดอาการเต้นกันทั่วหน้า เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นชัดถึงปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีต้นตอจากนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือโครงการรับจำนำข้าว
ที่สำคัญข้อมูล เหตุผลต่างๆ ในการที่จะปรับลดเครดิต จะเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยสถาบันที่เป็นกลาง ไม่ต้องมาเถียงกันว่าเป็นการถูกใส่ร้ายหรือเป็นเกมการเมือง
ครั้งนี้ จึงเหมือนกับเอาประเทศไปเดิมพันกับนโยบายประชานิยม
คอยดูผลสุดท้ายให้ดี โดยจะมีกรรมเป็นกรรมการตัดสินอย่างเที่ยงตรง







