
เวทีระบายแค้น
ก่อนอื่นผมขอไว้อาลัยอีกครั้งกับการจากไปของ “ชุมพล ศิลปอาชา” อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวานนี้
โดย...คมนอกฝัก
ก่อนอื่นผมขอไว้อาลัยอีกครั้งกับการจากไปของ “ชุมพล ศิลปอาชา” อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวานนี้
อาจารย์ชุมพล ถือว่าเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหนียวแน่น
แพ้เป็นแพ้ จบเป็นจบ อาจจะมีบ้างที่ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันแต่ก็ไม่มีอะไรนอกจากการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ได้ใช้อารมณ์เป็นพื้นฐาน
จึงหวังว่านักการเมืองรุ่นหลังจะยึดไว้เป็นแบบอย่าง
เอาล่ะ!! กลับมาเรื่องการบ้านการเมืองกันดีกว่า
สัปดาห์นี้ (29-31 พ.ค.) สภาผู้แทนราษฎรจะมีมหกรรมแบ่งเค้กงบประมาณประจำปี 2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 1
ตามพิธีการหลังจากผ่านวาระ 1 จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ และส่งให้สภาพิจารณาเห็นชอบก่อนให้วุฒิสภากลั่นกรองในขั้นตอนสุดท้าย เบ็ดเสร็จประมาณเดือน ก.ย.น่าจะเรียบร้อย
แต่ความน่าสนใจของการถกกฎหมายงบประมาณนอกจากจะเป็นเวทีอภิปรายปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นเวทีระบายความแค้นของ สส.พรรคเพื่อไทย ด้วย
เวทีระบายความแค้นที่ว่านั้นอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ
คณะกรรมาธิการมีสิทธิเรียกผู้บริหารส่วนราชการระดับสูงมาชี้แจงว่าเหตุใดทำไมหน่วยงานของคุณถึงของบประมาณมาจำนวนเท่านั้นเท่านี้
อำนาจสำคัญของคณะกรรมาธิการ คือ การปรับลดงบประมาณ ทำให้เวลาส่วนราชการไหนมาชี้แจงต้องทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม ไม่กล้าหืออือมากนัก
หลังๆ มานี้บรรดา สส.พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะพวกสวมหมวกเสื้อแดงที่เป็นกรรมาธิการส่วนใหญ่ มักใช้โอกาสนี้ไล่บี้หน่วยงานที่เป็นไม้เบื่อไม้เบากับรัฐบาล
ในรอบหลายปีมานี้หนักสุดเห็นจะเป็น “กองทัพบก”
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นับตั้งแต่ 2553 ที่ท่านมานั่งในตำแหน่งนี้และมีหน้าที่ต้องมาชี้แจงต่อสภา มักต้องเจอกับคำถามเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงมากมาย
คำถามส่วนใหญ่ล้วนเป็นแผ่นเสียงตกร่องแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น “กองทัพเบิกกระสุนจริงมาใช้สลายการชุมนุมเท่าไหร่” “ในกองทัพมีพลแม่นปืนสไนเปอร์กี่นาย” “กองทัพจะปฏิวัติหรือไม่” และอื่นๆ อีกสารพัด
ตัวท่านเองก็ทั้งอึดทั้งอดทนสมกับเป็นทหาร ไม่แสดงอาการตอบโต้อะไรเลยแม้แต่น้อย ตอบไปตามขั้นตอนพร้อมกับปกป้องศักดิ์ศรีลูกน้องเต็มที่ พอเสร็จพิธีก็ลุกกลับกองทัพ
ขณะที่อีกฝ่ายก็ได้รับความสะใจไปหลังจากได้อวดศักดาไล่เฆี่ยนคนระดับผู้นำกองทัพ
รับรองได้ว่าปีนี้เวทีระบายความแค้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าจะย้ายจากกองทัพบกไปยังศาลรัฐธรรมนูญแทน
จงทำใจเสียเถิดว่าสภาไทยเป็นได้แค่นี้จริงๆ







