เหม็นจริง

วันที่ 23 พ.ค. 2556 เวลา 08:04 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

การจำนำข้าวของรัฐบาล กำลังเข้าสู่หนทางตีบตันมากขึ้นเรื่อยๆ

สภาพการณ์เหมือนกันกับการซุกระเบิดเอาไว้ รอแค่สะเก็ดไฟเท่านั้น มันจะระเบิด สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

ไม่เชื่อ ลองตามไปดู

ปัญหาแรกคือ โกดังเก็บข้าว ที่ ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุว่า การรับจำนำข้าวนาปรังที่ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ กำลังมีปัญหาไม่มีโกดังเก็บ

โกดังของโรงสีเต็มแล้ว เพราะข้าวที่รับจำนำขายไม่ออก ระบายไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีข้าวในสต๊อกปี 2551-2554 ค้างอยู่ในโกดังจำนวนมาก กระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ข้าวปี 2551 ทำสัญญาซื้อขายไว้แล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่มารับไป ทำให้น่าสงสัยเป็นอันมาก ใครจะมาซื้อข้าวที่เสื่อมสภาพ

ปัญหาถัดมาเป็นวิบากกรรมครั้งใหญ่ นั่นคือเงินที่จะมารับจำนำข้าวสำหรับข้าวฤดูการผลิตใหม่ ยังไม่รู้จะหาที่ไหน

ข้าวนาปีฤดูการผลิต 2556/2557 จะออกมาในช่วงปลายปีนี้ และข้าวนาปรังปีหน้า ยังหาข้อสรุปถึงวงเงินที่จะมาจำนำ

การรับจำนำข้าวกำหนดวงเงินไว้ 5 แสนล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้เงินมา 4.1 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันให้อีก 9 หมื่นล้านบาท ใช้เงินหมุนเวียนของ ธ.ก.ส.

แต่ปรากฏว่าการรับจำนำเกิดปัญหาในการระบายข้าว อันเนื่องจากราคาข้าวที่จำนำสูงเกินไป จนไม่สามารถส่งออกได้ เงินที่กู้มากับเงินหมุนเวียนก็ร่อยหรอลงไปทุกขณะ

ยิ่งมองอนาคตต่อไปการขายข้าวก็ไม่มีทางสำเร็จ เนื่องจากผลผลิตข้าวในโลกยังมีมากกว่าความต้องการ

ข้อเสนอที่เกิดขึ้นคือให้รัฐบาลกู้เงินอีก 5.6 แสนล้านบาท มาจำนำข้าว แต่ทว่ารัฐบาลยังคงปฏิเสธ เนื่องจากจะทำให้ยอดวงเงินจำนำข้าวสูงถึง 1 ล้านล้านบาท

ทว่าอย่างไรเสียรัฐบาลจำเป็นต้องกัดฟันหาเงินมาใช้จำนำข้าวต่อไป จะกู้โดยตรงหรือจะกู้แบบซุกหนี้เอาไว้เหมือนเดิม

เงินที่เหลือน้อยลงทุกขณะ สวนทางกับสต๊อกข้าวที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน พร้อมๆ กับหนี้ก้อนใหญ่ของประเทศ

ตัวช่วยที่กำลังทำกันก็คือการโทษว่าเงินบาทแข็ง ทำให้ส่งออกไม่ได้ กับการจำนำทำให้ชาวนาได้ประโยชน์ กลายเป็นคาถาสำหรับการเดินหน้าจำนำข้าวต่อไป ไม่ต่างจากการแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ

นี่แหละ ช่างเหมือนสุภาษิตที่สอนไว้เหลือเกิน

ประเภทคนผิดชอบแก้ไข แต่คนพวกไหนหนอชอบแก้ตัว