
น่าปลื้มนัก
เมื่อวานมีข่าวต่างประเทศหลายข่าว ที่พอเอามาอ่านแล้ว จะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อวานมีข่าวต่างประเทศหลายข่าว ที่พอเอามาอ่านแล้ว จะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น
เริ่มจาก พล.ท.ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระบุว่า อินโดนีเซียอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศมากเกินไป และไม่ส่งผลดีต่องบประมาณประเทศ รวมทั้งเศรษฐกิจ
รัฐบาลจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อลดเงินอุดหนุนน้ำมันเริ่มต้นในเดือนหน้า ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศ
การลดเงินอุดหนุนค่าพลังงาน จะช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของอินโดนีเซีย เพราะปีที่แล้วเพียงปีเดียวต้องใช้งบประมาณแผ่นดินถึง 15% ไปกับเงินอุดหนุนค่าพลังงาน
นี่แหละจึงแปลกใจ และตั้งตาคอยข่าวเมื่อใดผู้นำบ้านเราบอกว่า จะลดการอุดหนุนพลังงาน ลดนโยบายประชานิยม ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลัง ลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณ
อีกข่าว รัฐบาลเวียดนามให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลลาว รวมทั้งหมด 750 ทุน เพื่อไปศึกษาต่อหรือฝึกอบรม จนกลายเป็นประเทศที่ให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรลาวมากเป็นอันดับ 1
ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครเวียงจันทน์ เพิ่งมีการทำพิธีเปิดภาควิชาภาษาเวียดนาม ในสังกัดคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งรวมทั้งห้องสมุดขนาด 1,700 ตารางเมตรด้วย โดยก่อสร้างจากเงินอุดหนุนของเวียดนามราวๆ 4 หมื่นล้านด่อง (1.9 ล้านเหรียญสหรัฐ)
เวียดนามได้ตกลงกับลาวจะให้โอกาสแก่บุคลากรจากลาวไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยที่มีคุณภาพในเวียดนาม
ในปี 2553 ลาวได้รับทุนการศึกษาทั้งสิ้น 1,378 ทุน จาก 23 ประเทศ และเพิ่มขึ้นเป็น 1,564 ทุน ในปี 2554 จากทั้งหมด 27 ประเทศ มีเวียดนามเป็นผู้ให้ทุนรายใหญ่สุด
นี่แหละทำไมถึงไม่เห็นข่าวผู้นำของบ้านเรา วางแผนเชิงลึกกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งการศึกษา วัฒนธรรม
ที่เห็นเป็นข่าวคือการที่ ฮอร์นัมฮง รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ กัมพูชา ระบุว่า ได้ตกลงกับ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย จะไม่แถลงใดๆ ในช่วงที่ศาลโลกยังไม่ได้ตัดสิน
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ตกลงกับผู้นำของไทยแล้ว จะไม่แถลงใดๆ เช่นกัน ไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินออกมาเช่นไร สองฝ่ายจะยอมรับ เพื่อจะธำรงรักษามิตรภาพระหว่างกันต่อไป
นี่แหละ คือสิ่งที่ปรากฏในข่าวต่างประเทศรอบๆ ตัว
อ่านแล้วปลื้มใจไม่หายจริงๆ







