
ลากกันยาว
ในที่สุด สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ก็ไม่อาจต้านแรงกดดันได้จนต้องยอมเปิดประชุมรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 18 เม.ย.
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ในที่สุด สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ก็ไม่อาจต้านแรงกดดันได้จนต้องยอมเปิดประชุมรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อกำหนดจำนวนวันแปรญัตติที่ให้ สส.และ สว.สามารถเสนอการแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของรัฐสภา
เดิมปัญหามันมีอยู่ว่าหลังจากลงมติรับหลักการ และตั้งคณะ กมธ.เรียบร้อยแล้วกลางที่ประชุมในคืนวันที่ 3 เม.ย. แต่ระหว่างการกำหนดวันแปรญัตติมี สส.พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้แปรญัตติ 60 วัน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนข้อบังคับทำให้ที่ประชุมต้องตัดสินว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ยังไม่ทันจะลงมติดันมาเกิดเหตุองค์ประชุมล่มก่อน
เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งคำขู่ของฝ่ายค้านว่าหากพรรคเพื่อไทยเดินหน้าประชุม กมธ.ต่อไปโดยไม่กำหนดวันแปรญัตติให้ชัดเจนก่อนจะมีผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้
แม้พรรคเพื่อไทยจะพยายามหักล้างด้วยการอ้างว่ากระบวนการรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 สมบูรณ์แล้วภายหลังรัฐสภาลงมติรับหลักการและตั้งคณะกมธ.เสร็จสิ้นก่อนที่องค์ประชุมรัฐสภาจะล่ม แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่อยากเสี่ยงเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องมาตรา 68 เอาไว้แล้ว ซึ่งไม่ต่างอะไรกับสัญญาณอันตรายของพรรค
ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีการประชุมในวันที่ 18 เม.ย.ขึ้นมา โดยประธานสภามั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 25 นาทีก็เสร็จ
แต่ถ้ามองจากสถานการณ์ตอนนี้ทุบโต๊ะ!ได้เลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้ล้านเปอร์เซ็นต์กันเพราะฝ่ายค้านจ้องจะใช้เวทีถล่มรัฐบาลอยู่แล้ว ในทางกลับจะใช้เวลากันเป็นวันๆ ด้วยซ้ำไป







