
ปวดหัวใจ
ปกติช่วง มี.ค. เป็นฤดูกาลถอนขนห่าน นั่นคือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปกติช่วง มี.ค. เป็นฤดูกาลถอนขนห่าน นั่นคือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ปีนี้กรมสรรพากรขยายเวลายื่นภาษีจนถึงวันที่ 9 เม.ย. เฉพาะทางอินเทอร์เน็ต เอาใจคนเสียภาษีมากขึ้น
บรรดามนุษย์เงินเดือนก็ต้องไปยื่นภาษี และหลายคนคงรู้สึกเหมือนกันคือปวดหัวใจเหลือเกิน
เพราะคนรับประทานเงินเดือนไม่มีทางจะหนีภาษีได้ กลายเป็นผู้ผลิตรายได้ส่งให้รัฐบาล
เงินภาษีที่เสียหากเอาไปใช้สำหรับพัฒนาประเทศทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ก็ถือเป็นความเต็มใจที่พร้อมจะจ่ายกันทุกคน เป็นหน้าที่ปฏิบัติด้วยความยินดียิ่ง
แต่ทว่า สิ่งที่เห็นก็คือการนำเงินภาษีไปใช้ในสิ่งที่เป็นการโฆษณาหาเสียงทางการเมือง สารพัดโครงการประชานิยม ก่อให้เกิดการทุจริต ประพฤติมิชอบ และทำลายระบบต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา
สารพัดโครงการ ตั้งแต่โครงการรับจำนำข้าวที่มีแต่กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง รวมถึงทำลายระบบการผลิต การตลาด การส่งออกข้าวอย่างยับเยิน
หรือแม้กระทั่งรถคันแรก ที่เอาภาษีไปใช้ในการส่งเสริมให้มีรถ เผาผลาญพลังงาน ก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นมา
มันไม่ต่างจากการเบียดบังเอาเงินชาวบ้าน เอาเงินภาษีไปใช้จ่ายเพื่อซื้อใจ ซื้อคะแนนนิยมทางการเมือง
ล่าสุด กำลังมีข่าวดีคือร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เข้าสู่สภา และจะผ่านวาระแรกอย่างแน่นอน
เงินกู้ก้อนดังกล่าว เป็นหนี้สินมหึมามหาศาล ไม่เพียงเฉพาะตัวเงินต้นเท่านั้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ปาเข้าไปกว่า 3 ล้านล้านบาท รวมกันแล้วเป็นยอดหนี้สินกว่า 5 ล้านล้านบาท
โน่น เงินกู้ทั้งหมดกว่าจะจ่ายกันเสร็จสิ้นก็อีก 50 ปี หรือครึ่งศตวรรษถึงจะหมดสิ้น
และของขวัญชิ้นใหม่ที่กำลังแกะกล่อง โดยมีสารพัดโครงการก่อสร้าง การวาดฝันอนาคตอันงดงามเป็นเหยื่อล่อ
บรรดาผู้ที่เสียภาษีในขณะนี้เรียกได้ว่า ถึงเกษียณไปแล้ว หรือตายไป ก็ยังจ่ายภาษีใช้หนี้ไม่หมด ตกเป็นมรดกบาปต่อไปยันรุ่นลูกรุ่นหลาน
เอาละ การก่อสร้างสาธารณูป โภคที่จำเป็นคงพอทำใจได้ แต่ทว่า สิ่งที่ทำใจได้ยากคือ มหกรรมงาบ มหกรรมงับที่กำลังจะตามมานี่สิ
ใครที่บอกว่าโครงการก่อสร้างภายใต้วงเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท โปร่งใส ไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด คงไม่ใช่การโกหกสีขาว แต่เป็นการโกหกซึ่งหน้าเสียมากกว่า
เมื่อต้องเสียภาษี มันถึงเจ็บปวดใจเหมือนโดนปล้นจริงๆ







