
ศึกครั้งใหญ่
เหมือนกับศึกใหญ่ตั้งเค้าระเบิดขึ้นพร้อมกันๆ วันนี้ในสภาจะมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาในวาระแรก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เหมือนกับศึกใหญ่ตั้งเค้าระเบิดขึ้นพร้อมกันๆ วันนี้ในสภาจะมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาในวาระแรก
กำหนดการประชุมร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ กำหนดไว้ 2 วัน โดยฝ่ายค้านได้เวลาอภิปราย 16 ชั่วโมง รัฐบาล 14 ชั่วโมง จากนั้นจะลงมติภายในวันที่ 29 มี.ค.นี้
แน่นอนที่สุด การผลักดันร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ น่าจะผ่านสภาในวาระแรกได้สำเร็จ เนื่องจาก สส.ฝ่ายรัฐบาลมีมากกว่าชนิดหายห่วง
ขั้นตอนต่อไป คือ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยกำหนดเอาไว้จำนวน 36 คน แบ่งเป็นรัฐบาล 9 คน พรรคเพื่อไทย 14 คน พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ได้สัดส่วนร่วมกัน 1 คน
กระบวนการทั้งหมดยังต้องใช้เวลา ว่าการจะทำให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ ออกมาเป็นกฎหมาย
นี่แหละ ...ศึกใหญ่ที่รออยู่
อย่าลืม ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้มหาศาล 2.2 ล้านล้านบาท เป็นการวางเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาล
เพราะร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล หากไม่ผ่านการพิจารณาของสภา เป็นอันต้องจบกัน รัฐบาลต้องไป หรือไม่ก็ไปพร้อมๆ กันทั้งสภา
ในทางกลับกัน หากกฎหมายผ่านสภา ก็เท่ากับรัฐบาลได้อำนาจสิทธิขาดในมือในการกู้เงินจำนวนมหึมา โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสภาอีก ไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าแม้แต่น้อย
ถัดมาในอีกสัปดาห์เดียว คือ วันที่ 1 เม.ย. จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
แนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะอาศัยกำลังของ สส.รัฐบาลในการผลักดันให้ผ่านไปได้ในวาระแรก
แต่อีกเช่นกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือศึกใหญ่อีกระลอก
เพราะรัฐธรรมนูญคือแหล่งที่มาของอำนาจทางการเมือง หากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ ก็เท่ากับเป็นการจัดวางอำนาจทางการเมืองใหม่ โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ขีดเส้นกำหนด
เดิมพันครั้งนี้จึงสูงไม่แพ้กัน
แน่นอนว่าศึกใหญ่ที่เกิดขึ้น สนามต่อสู้จะไม่จำกัดวงอยู่ที่ในสภาเท่านั้น แต่ความเคลื่อนไหวจะกระจายออกมา ทั้งเปิดเผย ทั้งซ่อนเร้น เรียกได้ว่าห้ามกะพริบตา
เมษายน ถึงพฤษภาคม อะไรจะเกิดก็จะเกิดช่วงนี้
ส่วนจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ รอดูกันต่อไปเถอะ







