
กรรมจริงๆ
รัฐบาลกำลังปั่นกระแสไฟดับในเดือน เม.ย.อย่างครึกโครม
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลกำลังปั่นกระแสไฟดับในเดือน เม.ย.อย่างครึกโครม
ผลที่ตามมาไม่ใช่เฉพาะการรณรงค์ประหยัดไฟเท่านั้น แต่จะเป็นการผลักดันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ด้วย
ตามแผนกระทรวงพลังงานจะเปิดคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) รอบใหม่ และแน่นอนว่า เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
สาเหตุเนื่องจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเพียงอย่างเดียวเป็นอันตรายอย่างยิ่งเห็นได้จากเมื่อพม่ามีปัญหาในการส่งก๊าซ บ้านเราก็ทำท่าไฟดับเสียแล้ว
และก่อนหน้านี้ พม่าเคยมีปัญหาการส่งก๊าซ เราก็ใช้วิธีผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนแทน ผลตามมาคือน้ำท่วมกาญจนบุรี
ถ่านหินจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน และราคามีเสถียรภาพสุด
ส่วนพลังงานทางเลือกอื่นไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม หรือแสงแดด ขนาดก็ใหญ่ไม่พอกับความต้องการ ที่สำคัญราคาแพง
แต่การผลักดันให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ไม่ใช่สิ่งง่ายๆ
เพราะเมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยมีโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน 2 แห่ง ถูกคัดค้านและยกเลิกในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย
นั่นคือ โรงไฟฟ้าบ่อนอก และโรงไฟฟ้าหินกรูด
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งถูกชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านอย่างหนัก สุดท้ายต้องล้มโครงการ ย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นแก๊สด้วย
สาเหตุที่โรงไฟฟ้าถ่านหินล้มคว่ำมีหลายประการ อาทิ มีการใช้อำนาจมืดสังหารแกนนำชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน นำไปสู่การต่อสู้อย่างเข้มแข็งของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มองค์กรเอกชนอื่น
นอกจากนั้น รัฐบาลขณะนั้นยังยกเลิกโครงการ โดยใช้เงื่อนไขทางการเมืองมาตัดสิน
ผลต่อเนื่องจากการตัดสินใจในครั้งนั้นเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นไปด้วยความยากลำบาก
โรงไฟฟ้าถ่านหินแทบไม่มีการก่อสร้างอีกเลย ยกเว้นบางแห่ง อาทิ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ของกลุ่มบ้านปู ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ที่สำคัญโรงไฟฟ้าถ่านหินกลายเป็นของแสลง น่ารังเกียจ เป็นภาพที่เกิดขึ้นหลังการล้มโครงการบ่อนอก-หินกรูด
ณ วันนี้ เมื่อรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งเป็นร่างจำแลงของรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต จะผลักดันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกครั้ง และมีการชูประเด็นไฟตก ไฟดับ ขึ้นมาสนับสนุน ก็ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว
ดูแล้วเหมือนกงเกวียนกำเกวียนอย่างไรชอบกล
ใครทำอะไร ก็ได้สิ่งนั้น ปลูกถั่วได้ถั่ว ปลูกงาได้งา
ตรงไปตรงมาไม่ผิดเพี้ยนเลย







