posttoday
ถามดูดิ

ถามดูดิ

15 มกราคม 2556

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ สุดยอดกลยุทธ์ของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...สันทัด กรณี

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ สุดยอดกลยุทธ์ของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการล้วงเงินจากกระเป๋าประชาชนไปสร้างคะแนนนิยมให้กับตัวเอง เริ่มส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งเริ่มมีการเลิกจ้างคนงานอย่างต่อเนื่อง หลายแห่งถึงขั้นปิดกิจการ และหลายแห่งเริ่มมีการปรับไลน์การผลิตหันไปใช้เครื่องจักรแทนการจ้างงาน

ล่าสุด บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ออกคำสั่งเลิกจ้างพนักงานฝ่ายผลิตรวมทั้งหมด 130 คน ถูกเลิกจ้างงานหลังได้มีการยื่นข้อเสนอขอให้บริษัทพิจารณาเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ การปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี และเงินโบนัส ซึ่งเห็นว่าเกิดความไม่เป็นธรรมต่อพนักงานเก่าที่มีอายุงานมาก กับพนักงานที่มีอายุงานน้อย ค่าจ้างจะปรับมาอยู่ในระดับเดียวกัน

แปลกครับ ปรากฏการณ์คนตกงานที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย กลับมีความพยายามปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการหักคอเอกชนให้ขึ้นค่าแรง

ไอ้ที่ฟังแล้วน่าขำที่สุดต้องยกให้คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ณ สภาโจ๊ก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แกคิดสมเป็นดาวเด่นสภาโจ๊กจริงๆ...ฮาอ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คุณณัฐวุฒิ ให้เหตุผลว่า การที่กิจการหลายแห่งพังพาบ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์บริการนันทนาการ เฉพาะเดือน ธ.ค. เลิกกิจการไปแล้วร่วม 3,800 ราย ไม่เกี่ยวกับการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน

“สาเหตุหลักเกิดจากผลประกอบการขาดทุน ขาดสภาพคล่อง และมีปัญหาภายใน”

ขำกลิ้งมั้ยครับพี่น้องครับ

ปาดโธ่ พูดอีกก็ถูกอีกท่านรัฐมนตรีสุดยอดมาก ผลประกอบการมันจะไม่ขาดทุนได้ไงในเมื่อต้นทุนทุกอย่างมันเพิ่ม โดยเฉพาะต้นทุนจากค่าแรง ซ้ำด้วยสาเหตุเดียวกันมันได้ทำให้วัตถุดิบต่างๆ พุ่งขึ้นอีก

ครับ...เตรียมรับมือกันไว้แต่เนิ่นแล้วกัน จากการประเมินของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดว่าในปีนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศจะประสบปัญหาหนักจากพิษนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท โดยประเมินอย่างไม่เป็นทางการว่า โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไม่ต่ำกว่า 4.4 หมื่นแห่ง กำลังเริ่มประสบปัญหาอย่างหนักจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศแล้ว

การที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันหลอกตัวเองจนเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุด นี่คือหนทางประเสริฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเสียงร้องจากนายจ้างคือพวกที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนั้น ทำให้มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลต่อเอสเอ็มอี จึงเสมือนการกระทำที่เสียไม่ได้ อุปมาอุปไมยเหมือนยกน้ำให้ถังหนึ่งไปดับไฟที่กำลังไหม้

คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เจ้าของปรัชญาโกหกสีขาว กลับยืนยันว่า ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้แน่

ตอนนี้เจ้าของกิจการระดับเอสเอ็มอีที่ยังกัดฟันยืนอยู่ได้นั้น ทั่นๆ ในรัฐบาลลองไปถามดูสิครับเป็นอย่างไรกับต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นฉับพลัน 30-40% และต้นทุนวัตถุดิบขยับตามมา

อ้าปากตอบเมื่อไหร่ เลือดพุ่งจากปากทันที!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน