
ซุกหนี้
รัฐบาลตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจปีนี้เติบโตราวๆ 5.5% ทั้งหมด ถือเป็นเป้าหมาย เป็นการคิดบวกทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจปีนี้เติบโตราวๆ 5.5% ทั้งหมด ถือเป็นเป้าหมาย เป็นการคิดบวกทางเศรษฐกิจ
เพราะรัฐบาลต้องทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นเรื่อยๆ โดยจะโตต่ำกว่าอัตรา 5.5 ไม่ได้เลย
สาเหตุเนื่องจากรัฐบาลไปกู้เงินมามากมายมหาศาลในโครงการประชานิยม และสารพัดโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่
ทั้งหมด ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินมหาศาลเบิกบานอยู่ เป็นการก่อหนี้ระดับทำลายประวัติศาสตร์ก็ว่าได้
ปัญหาหนี้สินดังกล่าว มีหนทางที่จะทำให้ดูไม่มีปัญหา ก็คือลดหนี้ด้วยการประหยัด หรือเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีให้มากขึ้น เพื่อให้การกู้ลดลง
แต่ทว่ารัฐบาลไม่เน้นการประหยัด ไม่สามารถเพิ่มรายได้ และใช้จ่ายไม่ลืมหูลืมตาต่อไป
หนทางที่เหลืออยู่ก็คือจะต้องทำให้เศรษฐกิจโต และซ่อนตัวเลขหนี้เอาไว้
เพราะการดูว่าประเทศไหนมีหนี้สินมากหรือน้อย ก็มักจะเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ
ดังนั้น ถ้ารัฐบาลปั่นให้เศรษฐกิจโตขึ้น ก็เท่ากับว่าก็สามารถสร้างหนี้เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวนั่นเอง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการประกาศว่าจะโตเท่านั้น โตเท่านี้ จึงมีความหมายแฝงอยู่ก็คือ จำนวนและปริมาณหนี้สินที่จะเพิ่มเป็นเงาตามตัว
นี่แหละเป็นอันตรายฝังลึก เพราะหากเศรษฐกิจไม่โตตามคาดหมาย หนี้ที่มีอยู่จะมีอัตราเพิ่มที่พรวดพราด มีอัตราเร่งขึ้นหลายเท่า
หรือหากเศรษฐกิจพบกับปัญหาที่ไม่คาดคิด อาทิ ความสามารถในการแข่งขันลดน้อยลง ซึ่งแสดงจากตัวเลขดุลการค้าที่ติดลบเป็นระยะเวลาติดต่อกัน จะทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จากหนี้ที่เป็นอยู่
ใครกำลังฟังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐบาล ก็โปรดระลึกเสมอไว้ด้วยว่า ยังมีเหรียญอีกด้าน คือมีหนี้ที่ซุกเอาไว้ด้วย
การโตด้วยการก่อหนี้ ไม่ยั่งยืนหรอก ในสภาพแจกแหลก ใช้เงินไม่บันยะบันยัง
คอยดูต่อไปเถอะ สุดท้ายมันจะลงเอยอย่างไร
รับรองได้เห็นกันไม่นานนักหรอก







