
จีดีพีรับปีใหม่
ก้าวสู่ปี 2556 ห้วงเวลาการเปลี่ยนแปลงตามวันเวลาในรอบปีกำลังมีเหตุการณ์มากมายให้สัมผัส
ก้าวสู่ปี 2556 ห้วงเวลาการเปลี่ยนแปลงตามวันเวลาในรอบปีกำลังมีเหตุการณ์มากมายให้สัมผัส
เช่นเดียวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังจะเป็นไปนับจากนี้ มีอะไรต่อมิอะไรเข้ามาท้าทายสร้างความน่ารักน่าลุ้น...(ลุ้นเสียว)
เริ่มตั้งแต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เก่งกาจบริหารประเทศบอกปี 2556 อัตราการเจริญเติบโตจะอยู่ในระดับ 4.5-5.5 เปอร์เซ็นต์
เท่านั้นไม่พอ นายกฯ บอกว่า ในใจอยากให้ปรับจีดีพีสูงขึ้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อ้าวสภาพัฒน์เตรียมตัวด่วน ฮิ้ว...
เท่าที่ติดตามชมลีลาการแจกแจง นายกฯ กล่าวไปยิ้มไป แบบว่าคิดบวกตลอด
แค่วาดหวังจีดีพีขยับขึ้นก็สรุปเสร็จสรรพเศรษฐกิจไทยปี 2556 ดีแน่นอน
การอธิบายโดยไม่ได้ขยายความถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่กำลังก่อตัวเป็นมรสุมหลายลูกเข้าใส่รัฐบาล จะทึกทักเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า
หรือว่า นี่คือการเล่นละครคิดบวกตามท้องเรื่อง
กล่าวเช่นนี้ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ต่างออกมาประเมินตัวเลขเศรษฐกิจแบบแสดงสีหน้าเป็นห่วง ซึ่งดูมันช่างแตกต่างกับอาการยิ้มแย้มของนายกฯ เหลือเกิน
ท่านทั้งหลายบอกตรงกันมีความเป็นห่วงจีดีพีจะโตแค่ 4% ไม่ถึง 5% แถมจะลดลงจากปีที่ผ่านมาอีกต่างหาก
หอการค้าระบุปัจจัยที่ทำให้จีดีพีลดลงมาจากเศรษฐกิจโลก ปัญหาการเมืองภายในประเทศ และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
โฟกัสไปที่ปัญหาการเมืองภายในประเทศ อาจกล่าวได้ว่าหลังจากได้รื่นเริงบันเทิงใจได้ไม่นานจะเข้าสู่ความอึมครึมกันอีกหน
เพราะการเมืองตามที่นายกฯ ชอบคิดบวกจะเริ่มเปิดปฏิบัติการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวัดใจผ่านการประชามติก่อน
อย่างไรก็ตาม แวดวงนักกฎหมาย ภาคประชาชน นักการเมือง ออกมาแสดงความเห็นถึงแนวทางประชามติไปคนละทิศทาง
ทั้งความสับสนถึงการกำหนดผู้มีสิทธิ ผู้ใช้สิทธิ จะนับจำนวนกันอย่างไร จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายจะได้ประชามติกันจริงๆ หรือเปล่า
ท่ามกลางความคิดเห็นขัดแย้งยังคงฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย แต่รัฐบาลไม่สนกลับวางพิมพ์เขียวกางปฏิทินช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. กะเกณฑ์หัวคะแนนมวลชนเข้าคูหาประชามติแน่
ยิ่งเติมฟืนมากเข้าไว้ ไฟก็ยิ่งร้อนผ่าว
คราวนี้จะเกิดการชิงไหวชิงพริบในเชิงต่อสู้ทางข้อกฎหมายพร้อมกับการสำแดงพลัง ซึ่งจะมีการพัฒนาไปสู่การสร้างเงื่อนไขใหม่จากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเข้าผสมโรง
แม้แต่มวลชนสนับสนุนรัฐบาลก็ตามอย่าประมาทเด็ดขาด
เมื่อเกิดความโกลาหลหนีไม่พ้นรัฐบาลต้องกระโดดเข้ามาแก้ปัญหาอย่างปฏิเสธไม่ได้
นี่แค่เบาะๆ กับปมประชามติยังไม่ถึงขั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศจองคิวความวุ่นวายยาวไปถึงครึ่งปีกันแล้ว
อย่างงี้ จะหวังจีดีพีเติบโต 5 เปอร์เซ็นต์รึ???







