
พรของป๋า
ปี 2555 กำลังจากลา ขอโหนกระแสเคาต์ดาวน์กับเขาบ้าง มีแต่คนพูดกันเหลือเกินจะได้หยุดยาวเฉลิมฉลองรื่นเริงกันแล้ว
ปี 2555 กำลังจากลา ขอโหนกระแสเคาต์ดาวน์กับเขาบ้าง มีแต่คนพูดกันเหลือเกินจะได้หยุดยาวเฉลิมฉลองรื่นเริงกันแล้ว
โดย...ขำ เคืองใจ
พี่น้องเพื่อนฝูงในสำนักงานไม่ต่างกับที่อื่นๆ ต่างคุยโขมงโฉงเฉงจะไปไหนกันดี บ้างจะออกเดินทางไปต่างจังหวัดร่วมขบวนแรลลีแย่งกินแย่งใช้ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
บ้างเตรียมกลับภูมิลำเนาเยี่ยมคารวะญาติผู้ใหญ่ บ้างปรารถนาร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี ตรงนี้ก็สุดแท้แต่จะกำหนดแผนการชีวิตแล้วกันนะครับ
แต่ก่อนจะเดินทาง... ขำ เคืองใจ... เชิญชวนทุกท่านรับพรทางการเมืองสักหน่อย
แบบว่าจะได้ช่วยกันทำให้บ้านนี้เมืองนี้ร่มเย็นเป็นสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อ่ะครับ
อย่างเมื่อวานนี้ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้บรรดานายพลขุนทหารท่านอวยพร
ป๋ามาในชุดพระราชทานผ้าไหมสีส้มตามสไตล์ โดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เป็นผู้นำกล่าว จากนั้นป๋าเปรมจับไมค์กล่าวคำขอบคุณ
แต่ที่น่าสนใจ ป๋าใช้โอกาสนี้ร่ายยาวแบบนันสต็อปเปิดใจความรู้สึกซึ่งไม่บ่อยนัก อีกทั้งแต่ละประโยคมีความหมายชวนคิด
“...เมื่อทหารได้รับคำชมเชย ผมก็พลอยได้หน้าไปด้วย แต่เมื่อไรกองทัพโดนเจ็บๆ หนักๆ ผมก็เจ็บเหมือนกัน...” ตอนหนึ่งที่ป๋าเปรมบอกต่อแม่ทัพนายกอง
คำกล่าวของป๋าตรงนี้ วูบแรกทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบรรดาแกนนำนักวางบิล เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มักคอยปลุกระดมถล่มกองทัพในทางเสียหายตลอด ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าหาข้อเท็จจริงไม่ได้ หลักฐานไม่มี แต่เน้นสร้างความเชื่อปลุกระดมไว้ก่อน นั่นแสดงว่าป๋าก็ต้องเจ็บด้วย
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของป๋าเปรมท่อนต่อมาบอกว่า ความคิดเห็นแตกต่างกันได้ อย่ามองคนเห็นแตกต่างเป็นคนผิดเป็นคนไม่ดี เพราะจะเป็นอุปสรรคในเรื่องความรักความสามัคคีของคนในชาติ
ก่อนกล่าวแบบออกตัวส่งท้ายว่า “นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่มีต่อชาติบ้านเมืองที่มาเล่าให้พวกเราที่เป็นพลังสำคัญของชาติบ้านเมืองได้รับทราบ เรื่องที่ผมพูดไม่ใช่นโยบายของใครหรือแนวทางวางแผนของใคร”
ภาพหนึ่งทำให้เห็นว่าไม่ว่ากองทัพจะโดนโจมตีหนักสาหัส แม้ป๋าติดใจแต่ให้อภัยเสมอ
อีกอย่างคนระดับป๋าผ่านร้อนผ่านหนาวมานักต่อนัก มองสังคมชาติจะอยู่ได้อย่างมั่นคงต้องเริ่มจากความรักสามัคคี จึงอยากให้ทุกคนรักกัน
เชื่อว่าผู้ได้รับฟังความคิดอ่านในบ้านสี่เสาฯ คงไม่โต้แย้งในใจ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ปรารถนาเช่นนั้น
คราวนี้เหลือแต่บรรดาแกนนำวางบิลนั่นแหละครับที่สร้างธุรกิจหากิจอยู่กับการปลุกระดมมวลชนโดยมีเจ้านายกิเลสหนาไม่รู้จักปล่อยวาง หากพวกเขาเข้าใจนับเป็นเรื่องดีมั่กมั่ก แต่ถ้าไม่อยากรับรู้ก็คงไม่มีใครกล้าไปทำอะไรพวกเขาได้
อย่างว่าปีเก่าจะลาแล้วเห็นทีกระผมขอตัวไปสวดส่งเจ้ากรรมนายเวรให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบก่อนแล้วกันนะครับ







