ประเด็นร้อน28ธ.ค.

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2555 เวลา 06:22 น.

ประเด็นร้อน28ธ.ค.

 ปมร้อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเริ่มซาลงสวนทางกับอุณหภูมิสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่เริ่มสูงขึ้น ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตัดสินใจส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แชมป์เก่าลงสมัครรับเลือกตั้งอีกหนึ่งสมัย ขณะที่เรื่องราวทางเศรษฐกิจก็เป็นการสรุปภาวะด้านต่างๆ          1.วันนี้ เวลา 13.30 น. ทุกสายตาหันไปโฟกัสที่ลานพระแม่ธรณีฯเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะแถลงเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าหวยออกที่ "คุณชายหมู" หลังจากวานนี้ คณะกรรมการบริหารพรรค มีมติเสียงข้างมากไว้วางใจให้ลงสนามแข่งอีกสมัย โดยให้เหตุผลว่ามั่นใจในผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรม ต้องจับตาแรงกระเพื่อมของพรรคใหญ่ขั้วตรงข้ามว่าจะมีท่าทีอย่างไรต่อการเปิดหน้าคู่แข่งเต็มตัว โดยล่าสุดพรรคเพื่อไทยยังคงยืนว่าจะเปิดตัวผู้สมัครภายในวันที่ 10 ม.ค.นี้แน่นอน          2.อย่าเพิ่งละสายตาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ วราเทพ รัตนากรรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะทำงาน ศึกษาข้อกฎหมายและวิธีการออกเสียงประชามติ เตรียมส่งหนังสือเชิญไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อหารือถึงข้อกฎหมายในการทำประชามติ เพราะ กกต. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการออกเสียงอย่างไรก็ตามเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะเลือกทางเดินประชามติและใช้แผนสองแก้รายมาตราแม้ว่ามติที่ประชุม สส.เพื่อไทยล่าสุดจะรอให้ถึงวันที่ 15 ม.ค. เป็นวันเคาะ 1 ใน3 แนวทาง แต่ทั้งนี้เป็นไปเพื่อลดแรงกระเพื่อมจากกลุ่มก๊วนภายในพรรคเท่านั้น          3.ขณะเดียวกันเวลา 13.00 น. ฟากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ต้องรอดูว่า จุดยืนของ นปช. บนทาง 3 แพร่งแก้รัฐธรรมนูญจะรุก-รับอย่างไร หลัง"ปฏิญญาโบนันซ่า" ถูกประกาศลั่นเขาใหญ่ให้รัฐบาลเดินหน้าโหวตวาระ 3 แต่กลับเจอแรงต้านทั้งอดีตนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี          4.ด้านปัญหาอุทกภัยภาคใต้ 5 จังหวัดได้แก่ พัทลุง นครศรีธรรมราชสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และปัตตานี ยังต้องติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด วันนี้พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทยเตรียมลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ชุมชนที่ประสบภัยใน อ.สุไหงโก-ลก พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยกว่า600 ครัวเรือน ล่าสุด มท.2 ได้กำชับให้จังหวัดดูแลผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถใช้ชีวิตในช่วงที่เกิดภัยได้ตามปกติแล้ว          5.พักจากเรื่องการเมืองมาดูเรื่องปากท้องวันนี้ ช่วงบ่ายสองโมงนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ย. 2555 ว่าดัชนีสำคัญด้านการบริโภคในประเทศการลงทุน การผลิต การใช้กำลังการผลิตความเชื่อมั่นทางธุรกิจรายได้ของภาคเกษตร การเคลื่อนย้ายเงินทุนฯลฯ มีแนวโน้มปรับตัวไปทางไหน จะเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจว่าปรับดีขึ้น ตามที่รัฐบาลประกาศว่าขยายตัวดีขึ้นได้หรือไม่ชวนติดตาม เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ          6.จับตาการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายส่งท้ายปี 2555 จะยืนปิดเหนือ 1,400 จุดได้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นฐานในการซื้อขายของปี 2556 ที่สำคัญการทำราคาปิดสิ้นปี มีความสำคัญกับสถาบันที่ลงทุนในหุ้น กรณีที่ดัชนียืนปิดเหนือ 1,400 จุดได้สำเร็จ นับเป็นการทำดัชนีสูงสุดอีกครั้งในรอบ 16 ปี มูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีจากราคาหุ้น          7.การจัดการแก้ปัญหาเรื่องราคาปาล์มตกต่ำจนเกษตรกรต้องยกพลมาประท้วงกันวันนี้เวลา 09.00 น. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เพื่อแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันแบบยั่งยืน ณ ตึกสันติไมตรี(หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา กนป. ที่มี นายกิตติรัตน์ เป็นประธาน มีมติให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) รับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรที่ราคา 4-4.35 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 17% และ 18% แต่ฝ่ายเกษตรกรที่อยู่ในที่ประชุมรู้สึกไม่พอใจกับการกำหนดราคาที่รัฐบาลรับซื้อและมีการกล่าวหาโรงสกัดและโรงกลั่นว่ากดราคารับซื้อผลปาล์มของเกษตรกร          8.วันนี้ คณะกรรมการกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 จะมีการประชุมพิจารณาเรื่องที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอการจัดตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์ 2 วงเงินกองทุนประมาณ 3-5 แสนล้านบาท เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคก่อนที่กระทรวงการคลังจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติในเดือน ม.ค.นี้         9.นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวเกิน 21 ล้านคนที่ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยปี 2556 ได้วางยุทธศาสตร์และกำหนดเป้าหมายนักท่องเที่ยวเข้าไทยไว้ 22.22 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% มูลค่า 1.04 ล้านล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้น 17.36%