เหลืออีก1ชาติ

วันที่ 14 พ.ย. 2555 เวลา 08:26 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เห็นข่าวนี้ แสนจะครึ้มใจ เมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านตลาดข้าวอาเซียน 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม รวมทั้งการจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน (Rice Trade Zone หรือ RTZ)

ทั้งหมดเหมือนกับว่าเพื่อผลักดันการสร้างความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวอย่างเป็นรูปธรรม สร้างเสถียรภาพราคาข้าวในตลาดโลก และป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวจากประเทศที่มีชายแดนติดกับไทย

แนวทางการจัดตั้งจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ การประชุมในระดับรัฐมนตรี การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือด้านข้าวอาเซียน และการประชุมของสมาพันธ์โรงสีและผู้ค้าข้าวอาเซียน

เรียกว่างานนี้ยิ่งกว่าคิดการใหญ่ ถึงขั้นต้องเรียกว่าเป็นอภิมหาโครงการก็ว่าได้

เพราะการจับมือประเทศผู้ผลิตข้าวในอาเซียนนั้นเป็นความฝันมาเนิ่นนานของรัฐบาล ที่มักจะคิดว่า สามารถจับมือกับประเทศต่างๆ รวมกลุ่มขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้ส่งออกข้าว เลียนแบบกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน หรือเอเปก

และหากจะให้สำเร็จ ลำพัง 5 ชาติยังพอ โดยต้องรออีกชาติเข้ามาร่วมมือด้วย นั่นคือ ต้องรอชาติหน้า

สาเหตุเนื่องจาก ข้าว ไม่เหมือนกับ น้ำมัน โดยไทยรวมถึงชาติต่างๆ ในอาเซียน ไม่ใช่เป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ทว่าเป็นการปลูกแล้วเหลือกิน เหลือใช้ ถึงส่งออกไปต่างประเทศ

ดังนั้น การควบคุมกลไกราคาข้าวจึงไม่ได้อยู่ในมือของบรรดาประเทศผู้ส่งออกข้าว แต่อยู่กับผลผลิตในแต่ละปีของบรรดาผู้เพาะปลูกรายใหญ่อย่าง อินเดีย จีน

หากปีใด ประเทศเหล่านี้ผลผลิตขาดแคลนราคาข้าวจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผลผลิตมาก ราคาข้าวจะตกต่ำ เหมือนกับในปีนี้ที่อินเดีย ผลผลิตและสต๊อกข้าวเหลืออยู่มาก จึงทำการส่งออก

สิ่งที่สำคัญก็คือ นโยบายรับจำนำข้าวราคาสูงลิ่วของรัฐบาล ทำให้บรรดาประเทศที่ส่งออกข้าวได้ประโยชน์ เพราะสต๊อกข้าวจำนวนมหาศาลอยู่ในประเทศไทย ประเทศเหล่านี้จึงส่งออกได้อย่างเต็มที่ชนิดที่ไม่มีคู่แข่ง

นอกจากนั้น ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่ปลูกข้าวก็ได้เฮเช่นกัน เนื่องจากมีการลักลอบขายข้าวข้ามมาฝั่งไทย ที่ได้ราคาสูง

เมื่อทุกประเทศต่างได้ประโยชน์ จากโครงการจำนำข้าวของไทย ทำไมถึงจะต้องมานั่งจับมือ สร้างกลุ่มประเทศผู้ส่งออกข้าวด้วยความจริงใจอีกเล่า

นี่แหละ ถึงได้บอกแล้วว่า จับมือแค่ 5 ชาติไม่พอหรอก

ต้องรอชาติหน้า ตอนบ่ายๆ อาจทำได้สำเร็จ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต