ยิ่งทำยิ่งเข้าตัว

วันที่ 15 ต.ค. 2555 เวลา 17:34 น.
โดย....อสนีบาต   

เหตุบ้านการเมืองยังวนเวียนด้วยกลเกมดิสเครดิตไปมาระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล แม้แต่ซุ่มเสียงแวดวงสื่อวงเล็บไม่ได้อยู่ใต้คอนโทรลอำนาจรัฐ เห็นตรงกัน เมื่อไหร่จะหยุดใช้วาจาสาดโคลนกันสักที

แวดวงสื่อหารือกัน พยายามหาทางลดการนำเสนอข่าวประเภทปิงปอง โต้ไปโต้มา  แต่ทำไงได้ยังมีสื่อใต้ปีกเงินสกปรก ยังเป็นสุนัขแสนเชื่องเห่าหอนตามใบสั่ง หาได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างแท้จริง ดังนั้นสังคมไทยต้องตั้งสติ พินิจพิจารณาอย่างรอบด้าน

หากแต่ละฝ่ายรู้จักบทบาทหน้าที่ตัวเอง  ส.ส.ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย รัฐบาลบริหารประเทศ  ตำรวจทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนอุ่นใจมากกว่าไปก่อม็อบ  ส่วนสื่อมวลชนทำหน้าที่ตรวจสอบตรงไปตรงมา สถานการณ์บ้านเมืองก็คงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

แต่บ้านนี้เมืองนี้ชอบความแปลกใหม่  แม้แต่รัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่กำกับนโยบายบริหารประเทศ แต่อยากเป็นฝ่ายค้านด้วยการสรรหาเรื่องราวโจมผู้เห็นต่างเป็นปฏิปักษ์ ทั้งที่เจตนาของผู้เห็นต่างต้องการปลุกระตุ้นเตือนการทำงานรัฐบาลที่มีความผิดพลาดบกพร่องให้ปรับแก้ไข มองว่าจะโค่นล้มรัฐบาลซะนี่  

ตามหลักความน่าจะเป็นถ้าไม่ทุจริตอย่างโจ่งแจ้งจะล้มได้อย่างไร อีกทั้งเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ๊ก มีวาระการทำงานเหลือเฟือถึง 4 ปี  แต่กลับเกิดภาวะหลอนในตัวเอง ทั้งคนในรัฐบาลและแกนนำผู้สนับสนุน  เมื่อเกิดภาวะหลอน จึงทำหน้าที่กลับหัวกลับหางใช้เวลาบริหารเวลาให้ผ่านกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง        

ตัวอย่าง  กรณี พล.อ.อ.สุกำพล   สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ใช้เวลาส่วนใหญ่สั่งลูกน้องกำลังพลให้เร่งถอดยศ ร้อยตรีมาร์ค.ตามข้อหาหนีเกณฑ์ทหาร  พ่วงด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายกฯน้อยผู้กำลังถ่างขากำกับดูแลมหาดไทยอีกต่างหาก  ถูกสื่อยิงคำถาม ในเมื่อรัฐบาลเพื่อไทยอยากถอดยศรต.มาร์ค แล้วไม่คิดถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ  อย่างงี้สองมาตรฐานหรือเปล่า

ในเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดคดีทุจริต ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาความผิดสิ้นสุดกระบวนความแล้ว แถมยังเจอหมายจับอีกหลายคดี  อีกทั้งไปไล่ดูความเห็นกฤษฏีกา ชี้ชัด เข้าหลักเกณฑ์การถอดยศร้อยเปอร์เซนต์

แต่ป่านนี้ รัฐตำรวจชะเอ้ยสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปลี่ยนผบช.ตร.มากี่คนแล้ว ยังเก็บเรื่องดองไว้เมื่อไหร่ดองจนได้ที่ตัดสินใจถอดยศว่าที่พล.ต.อ.ทักษิณสักที 

ทราบมาว่าก่อนที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์  จะพ้นตำแหน่งผบ.ตร. ซึ่งตอนนี้จรดปากกาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียบร้อย   หน่วยงานภายในสังกัดตร. เตรียมชงเรื่องถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณให้อนุมัติ แต่จนแล้วจนรอดพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เกษียณอายุราชการ เรื่องก็เดินทางมาไม่ถึงโต๊ะทำงาน

เพราะอะไรหรือ? ข้อมูลจากสำนักงานกำลังพล (สกพ.) สรุปเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ “โดยลงความเห็นว่า ให้ชะลอการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากการจะตัดสินใจทางใดทางหนึ่งอาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา เพราะมีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและต่อต้าน”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงคิว พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร.คนใหม่รับเผือกร้อนต่อไป

ใคร่ครวญพิจารณา  สำหรับคนในรัฐบาลที่พยายามออกมาบอกกล่าวสาธารณะ ต้องการสร้างมาตรฐานเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ต้องการทำเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา  แกนนำผู้อ้างตนรักประชาธิปไตยออกมาโพทนา  รัฐบาลชุดนี้ต้องการประชาธิปไตยโดยแท้จริง ต้องการสร้างสังคมเสมอภาค ถือว่าเป็นคำพูดสวยหรูมาก

เอาแค่เรื่องการถอดยศคนคนหนึ่งยังทำไม่ได้ แต่ดันจะเลือกถอดยศอีกคนหนึ่ง  อย่างนี้ก็ถอดมาตรฐานความเท่าเทียมออกจากหัวใจก่อนแล้วกัน

ในแต่ละปีมีนายตำรวจ ทหาร ที่มีความผิดติดตัวหลายร้อยนายถูกส่งชื่ออนุมัติให้มีการถอดยศ ดำเนินการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน แต่ผ่านมากี่ผบ.ตร.ไม่มีการลงนามอนุมัติถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ

จริงอยู่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอดีตผู้นำประเทศ  แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีร่างกายเหมือนคนทั่วไป มีหนึ่งสมอง มีสองมือและขาสอง   มีรูจมูกสองรู  ไม่ได้เป็นเอเลี่ยนมาจากดาวดวงไหน แถมมีดาวประดับบ่า ติดยศเหมือน ทหาร ตำรวจ ทั่วไป และไต่เต้าอำนาจจนได้ดี   แต่อาจจะมีความแปลกอยู่หน่อย  ตรงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีฐานะร่ำรวย มีบารมี ยิ่งใหญ่ ควบคุมดูแลพี่น้องสมาชิกพรรคเพื่อไทย  

แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือ ข้อกฎหมายฉบับต่างๆ ก็ไม่ได้เขียนไว้ “เมื่อคนรวย มีบารมี กระทำผิดได้รับยกเว้น ไม่ต้องถอดยศ”   ถ้าจะมียกเว้น  คงเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองเผด็จการกระมัง แต่โปรดรับรู้  ประเทศนี้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามที่รัฐบาลประชาธิปไตยกล่าวอ้างมิใช่หรือ  ต้องการความเสมอภาค เท่าเทียม 

แล้วนี่  หน่วยงานอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นสำนักงานเกิดขึ้นตามกฎหมายในประเทศปกครองระบอบประชาธิปไตย มีหน้าที่เสนอเรื่องถอดยศนายตำรวจที่กระทำผิด แต่กลับหาทางยกเว้นคนที่ถูกศาลพิพากษาเป็นที่สุด โดยอ้างถ้าถอดยศจะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา

แปลกแต่จริงกับตรรกกะนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบการถอดยศ สร้างสถิติเก็บเรื่องไม่ถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ   เท่ากับเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างมหันต์   และถ้าคิดกลับกัน ต่อข้ออ้างจะเกิดความวุ่นวาย  สำนักงานตำรวจโปรดเอาใจเขามาใส่ใจเรา หันไปดูนายทหาร ตำรวจที่ถูกถอดยศไปก่อนหน้านี้หลายร้อยหลายพันนายจะคิดอย่างไร   อย่างนี้มันไม่สร้างความวุ่นวายในกระบวนการกฎหมายบ้านเมืองหรือ

มีคำถามต่อ เมื่อไม่ถอดยศอดีตนายกฯทักษิณ แต่ปรารถนาถอดยศ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งที่เป็น อดีตผู้นำเหมือนกัน อย่างนี้ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ ใช่ไหม 

การกระทำของคนในรัฐบาล จึงอยู่ในสภาพยิ่งทำยิ่งเข้าตัว ลุแก่อำนาจเพิ่มความเสื่อม 

เหมือนบ้านนี้เมืองนี้ไร้ขื่อแป เสกบทบัญญัติศรีธนญชัยที่อ้างว่านี่คือกฎหมาย ใช้ได้เองตามใจชอบ