
หัวโต...ตัวตาย
ปัญหาหนี้สาธารณะ กับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กลายเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาหนี้สาธารณะ กับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กลายเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้
ปกติ หากหนี้สาธารณะมีอัตราลดต่ำลง ขณะที่เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ยอดปรารถนา แต่ทว่าสภาพที่กำลังเป็นอยู่ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม นั่นคือยอดหนี้เพิ่มพรวดพราด ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับพลาดเป้า
หายใจกันอีกไม่กี่เดือน ก็จะเข้าสู่ปีหน้า สิ่งที่ปรากฏคือยอดหนี้ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยที่มักจะนำมาเทียบกันก็คือการเทียบกับขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพี
ปีหน้า หนี้จะเพิ่มถึง 50% ของจีดีพี
ตัวเลขหนี้ดังกล่าว ยังไม่รวมหนี้ที่ไปซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ และไม่รวมหนี้ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่กลายเป็นอมตะมหาหนี้นิรันดร์กาลสร้างความฉิบหายอย่างยับเยิน
และอัตราหนี้สิน ท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง ตามการใช้จ่ายจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล โดยไม่บันยะบันยัง
อย่างไรก็ตาม ถ้าหนี้สินประเทศมากขึ้น ทว่าหากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นไปในระดับปีละ 6-7% คงไม่มีปัญหา เพราะเมื่อขนาดเศรษฐกิจใหญ่ขึ้น สัดส่วนหนี้สินก็จะลดลงตามขนาดเศรษฐกิจ
แต่ทว่าเศรษฐกิจของไทยประสบปัญหาการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในยุโรป ทั้งจากนโยบายของรัฐบาลที่เหมือนกับการเอาหินมาทุ่มใส่ขาตัวเอง
ปีนี้เศรษฐกิจที่ตั้งเป้าจะโต 7% ก็กลับต้องลดเป้าลงเรื่อยๆ
ปีหน้าก็ทำท่าจะเหนื่อยไม่แพ้กัน เพราะปัจจัยลบต่างๆ ยังคงอยู่
แม้รัฐบาลจะมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และกำลังจะกู้หนี้ยืมสินอย่างมโหฬาร แต่ทว่าเงินที่ใช้จ่ายจำนวนมหาศาลหมดไปกับนโยบายประชานิยม ไม่ได้ทำให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต หรือการแข่งขันของประเทศ
มันไม่ต่างจากการเอาเงินไปเผาเล่น ให้เกิดไฟลุกเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เศรษฐกิจถูกกระตุ้นแบบไฟไหม้ฟางไม่นานก็ดับลง
ปัญหาจึงมาเกิดตรงนี้ ตรงที่ภาระการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลไม่ลดลง มีแต่จะมากขึ้นตามนโยบายประชานิยม แต่เศรษฐกิจกลับไม่เขยื้อนอย่างใจอยาก
ขณะเดียวกันรัฐบาลกลับไปเพิ่มภาระให้ระบบเศรษฐกิจ อาทิ การเพิ่มค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศในปีหน้า
วงจรทั้งหมด ที่มีแต่การใช้จ่ายแต่ไม่ได้ผลทางเศรษฐกิจ สุดท้ายจะจบลงที่ภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว
เมื่อนั้น ใครที่ก่อปัญหา ก่อหนี้ ก็ไม่รู้จะมุดไปอยู่ไหน
เหลือทิ้งไว้แต่ความหายนะไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น







