
กรรมกำลังไล่ล่า
ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ มีสิ่งที่น่าห่วงใยมากมาย และที่กำลังออกอาการเข่าอ่อนได้แก่การส่งออกที่ย่ำแย่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ มีสิ่งที่น่าห่วงใยมากมาย และที่กำลังออกอาการเข่าอ่อนได้แก่การส่งออกที่ย่ำแย่ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาขาดดุลการค้า
ทั้งหมดจะไปโทษสภาพตลาดโลกไม่เป็นใจเพียงอย่างเดียว แต่ทว่านโยบายของรัฐบาลมีส่วนสำคัญทำให้เกิดปัญหาการขาดดุล
ไม่เชื่อก็ตามไปดู
กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า 8 เดือนแรก กลุ่มสินค้าเกษตรกับอุตสาหกรรมเกษตร เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการส่งออกลดลงอย่างมาก
แต่หากแยกเป็นรายสินค้า ปรากฏว่าการส่งออกข้าวลดลงต่ำสุดถึง 36.8%
และไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากรัฐบาลใช้นโยบายจำนำข้าวในราคาสูงกว่าตลาดโลก ทำให้การส่งออกเจอทางตัน ปริมาณการส่งออกลดลงกว่าครึ่ง เงินตราที่เคยได้รับจากการส่งออกข้าวหดหายไปนับแสนล้านบาท
หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายจำนำข้าวต่อไป การส่งออกจะมีปัญหา และเม็ดเงินที่เคยได้มีอันต้องหายไปเหมือนเคย
ขณะเดียวกันในแง่การนำเข้า สินค้าที่มีการนำเข้าอันดับต้นๆ คือ พลังงาน
ปกติไทยนำเข้าพลังงานมากอยู่แล้ว แต่จากนโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดการกระตุ้นการใช้พลังงาน และต้องนำเข้ามากยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่นโยบายการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ทำให้รถยนต์หันไปใช้น้ำมันดีเซล หรือก๊าซแอลพีจี
เฉพาะครึ่งปีแรกมีการนำเข้าพลังงานเทียบกับน้ำมันดิบอยู่ที่ระดับ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มูลค่าประมาณ 7.77 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.1%
สำหรับน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดีเซล มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นสูงสุด รวมไปถึงการนำเข้าก๊าซก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน
และสิ่งที่จะทำให้เกิดการใช้น้ำมันมากขึ้นไปอีก คือ นโยบายรถยนต์คันแรก โดยประเมินว่าจะมีการถอยรถป้ายแดงมาถึง 5 แสนคัน จากปกติที่เคยอยู่แค่ระดับ 2 แสนคันเศษๆ
รถยนต์ใหม่เหล่านี้จะต้องใช้น้ำมัน
ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นต้นไป จะได้เห็นปริมาณและการนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นตามปริมาณรถยนต์ป้ายแดงอย่างแน่นอน
นี่แหละ คือผลกระทบด้านการนำเข้าที่เกิดจากนโยบายของรัฐ
นโยบายเศรษฐกิจที่ไม่มองภาพรวม แต่กลับมองเฉพาะนโยบายประชานิยม หวังผลเฉพาะฐานคะแนนเสียง จึงส่งผลกระทบในวงกว้าง มีส่วนทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลงอย่างที่เห็น
สัจธรรมที่จริงแท้ ไม่ใช่โม้แบบไปวันๆ ก็คือ ของฟรีไม่มีในโลก
ที่แจกกันสนั่นเมือง สุดท้ายต้องโดนเก็บทบต้นทบดอกคืนเสมอ







