
แม่พิมพ์ผิดเพี้ยน
บ้านเมืองของเรามีหลายเรื่องหลายราวต้องพูดถึง ไม่เพียงเศรษฐกิจ การเมือง
ณ กาฬ เลาหะวิไลย
บ้านเมืองของเรามีหลายเรื่องหลายราวต้องพูดถึง ไม่เพียงเศรษฐกิจ การเมือง แม้ด้านการศึกษาหรือสังคม เห็นแล้วก็น่าเหนื่อยใจ
เมื่อวานนี้มีข่าวเล็กๆ เกิดขึ้นแต่น่าพูดถึง เป็นคำให้สัมภาษณ์ของ ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
มูลเหตุของการสัมภาษณ์มาจากการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้นำคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-Net มาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินวิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทั้งหมด ชินภัทร บอกว่า ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยจูงใจให้หันมาสนใจการสอบ O-Net และเอาใจใส่ในการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น
แต่ทั้งนี้ก็ต้องพยายามป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในทางลบด้วย เพราะไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน และความเจริญก้าวหน้าของครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็อาจจะเกิดการทุจริตได้
ตัวอย่างที่ยกมาฟังแล้วชวนสะดุ้ง นั่นคือ อาจจะมีการบริหารการสอบที่ไม่สุจริตเกิดขึ้น
สิ่งที่ต้องทำจำเป็นต้องมีการป้องปรามตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามี และเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ ด้วยการพิจารณาจากผล O-Net ของนักเรียนรวมเข้าไปด้วย
หลังจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะให้โรงเรียนทุกแห่งจัดทำประวัติคะแนนการสอบ ONet ที่ผ่านมาไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้ทราบว่าในแต่ละปีโรงเรียนมีการพัฒนาเป็นอย่างไร
จากนั้นเมื่อมีการใช้คะแนน O-Net มาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินวิทยฐานะ และจะดูว่าโรงเรียนใดมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดหรือไม่ โดยเทียบเคียงแนวโน้มของแต่ละโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเบี่ยงเบนและการกระทำที่ไม่สุจริต
ตามธรรมชาติแล้ว การพัฒนาที่สูงขึ้นประมาณ 3-5% เป็นวิสัยที่ สพฐ.ยอมรับได้ แต่โรงเรียนใดที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดประมาณ 1015% คงต้องจับจ้องเป็นพิเศษ และไปศึกษาว่ามีเทคนิคและวิธีการ อย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จ
นี่แหละ คือสิ่งที่ให้สัมภาษณ์มาทั้งหมด
ฟังแล้วก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะขนาดโรงเรียน ครู ยังมีแนวโน้ม ทุจริตได้หากเกี่ยวพันกับการขึ้นเงินเดือนหรือประเมินผลงาน แล้วจะไปสอนนักเรียนให้เป็นคนดีอย่างไร
งานนี้ กุ้มใจ ไม่มี ล.ลิง จริงๆ







