น้ำ(ลาย)กำลังท่วมทำเนียบฯ

  • วันที่ 23 ก.ค. 2555 เวลา 18:15 น.

น้ำ(ลาย)กำลังท่วมทำเนียบฯ

โดย...อสนีบาต

ฝนตกต่อเนื่องกระจายหลายพื้นที่ ทำให้มีการพูดถึงสถานการณ์น้ำปีนี้หนักหน่วงหรือไม่  แต่ครั้นได้ฟังบรรดาผู้เชี่ยวชาญน้ำแสดงความเห็นทิศทางเดียวกัน ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับปกติ  บางท่านบอกโอกาสน้ำท่วมกทม.มีแค่ 20 เปอร์เซนต์เมื่อเป็นเช่นนี้น่าจะ "เอาอยู่"

ระหว่างที่ยังไม่มีสัญญาณวิกฤติ เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลใช้เวลาช่วงนี้เร่งแผนรับมือป้องกันระยะสั้น สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงมือดำเนินสารพัดโครงการ ทั้งขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมยกระดับถนน   สร้างเขื่อนป้องกันนิคมอุตสาหกรรม 

ส่วนแผนระยะยาวอย่างอภิโปรเจค 3.4 แสนล้านบาท กำลังเดินหน้า ล่าสุดวันที่  24 ก.ค. นี้ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ประชุมชี้แจงทีโออาร์  ที่ศูนย์ประชุมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (สวทช.) เวลา 13.30-16.30 น.   มีการระบุผู้มีสิทธิเข้าร่วมรับฟังคือผู้ลงทะเบียนยื่นความจำนงขอรับเอกสารทีโออาร์จากกบอ.ตั้งแต่วันที่ 9-23ก.ค. เท่านั้น

น่าแปลกใจเหมือนกันทำไมถึงกำหนดให้เฉพาะผู้ยื่นรับทีโออาร์เข้าฟังเท่านั้น หวังว่าถึงวันงานจริงจะเปลี่ยนใจเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ยื่นความจำนงขอทีโออาร์รับฟังบ้าง  เพราะในเมื่อรัฐบาลอ้างตลอดเน้นความโปร่งใส  ควรใจกว้างให้ผู้ข้องใจอภิโปรเจคซักถาม หรือจะให้ดีควรเช่าสัญญานสถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดอธิบายตรงไปตรงมากับประชาชนไปเลย 

แหม! พูดถึงเรื่องความโปร่งใส ขออธิบายเพิ่มสักหน่อย เพราะที่ผ่านมาสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยทักท้วงทีโออาร์ 3.4 แสนล้านบาทไม่ชอบมาพากล  ตั้งคำถามทำไมเน้นความสำคัญไปที่บริษัทรับเหมาต่างชาติ   ขณะที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชน ขยับคัดค้าน หลังสื่อมวลชนตรวจสอบพบการซุกแผนสร้างอ่างเก็บน้ำ 21 แห่ง ทั้งที่ยังไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่มีการระบุโครงการนั้นโครงการนี้แล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี     หรือแม้แต่รายละเอียดเส้นทางโครงการฝลัดเวย์ 1.2 แสนล้าน ที่จะกระทบต่อพื้นที่ความเป็นอยู่ประชาชน แต่ประชาชนเพิ่งมาทราบจากสื่อสารมวลชน    ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ณ์เพราะเหตุนี้หรือไม่ ที่ทำให้รัฐบาลไม่เปิดเผยรายละเอียดแผนบริหารจัดการน้ำ 3.4 แสนล้านผ่านสาธารณะวงกว้างแต่กับแจกเอกสารให้กับผู้รับเหมาะเอกชนที่ยื่นความจำนงเท่านั้น  

เรียกว่า ผู้รับเหมารู้แล้ว แต่ประชาชนอยู่ในกะลาแค่รอคำสั่งรื้อถอนยอมจำนนอย่างเดียว

เมื่อแวะเวียนไปที่ตึกแดง ทำเนียบรัฐบาล อันเป็นกองบัญชาการ กบอ. ได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ยิ่งทำให้พบปมปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่เต็มไปด้วยความคลุมเคลืออีกเช่นกัน    

ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างการทำงาน  หลังมหาอุทกภัยผ่านพ้น  นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหลักๆ 4 คณะ ได้แก่  คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริการจัดดการน้ำ หรือ กยน.  มีนายกฯ เป็นประธาน   2. คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) มีนายวีรพงษ์  รามางกูร  เป็นประธาน  3. คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) มีนายกฯ เป็นประธาน  และ 4 . คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กนอ.) มีนายปลอดประสพ  เป็นประธาน  

แต่ละคณะกรรมการมีการกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน  เช่น กยน. มีการวางยุทธศาสตร์วางระบบบริหารจัดการน้ำ  หรือ กนอช. ซึ่งอุดมไปด้วยกรูรูด้านน้ำ เกี่ยวข้องโครงการพระราชดำริ อย่างนายสุเมธ ตันติเวชกุล แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษา ก็เหมือนแต่งตั้งมาเป็นพระอันดับสร้างความมั่นใจให้นายกฯเท่านั้น   หรือ  กยอ. ที่นอกจากมีนายวีรพงษ์ ผู้ปราดเปรื่อง ยังมีนายกิจจา ผลภาษี ผู้ที่มีบทบาทสำคัญรอบรู้ด้านโครงการน้ำและการเกษตร หรือ ในกบอ.เอง ที่มี นายรอยล จิตรดอน คอยให้คำปรึกษาแนะนำ

แต่ผ่านมาถึงวันนี้คณะกรรมการที่อุดมด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ  เริ่มถอยห่างออกไปทีละคน   บางคณะมีการเรียกประชุมแทบนับครั้งได้  เหตุเพราะมีความพยายามจากฝ่ายการเมืองต้องการลดบทบาทกรรมการชุดต่างๆ  โดยเทน้ำหนักไปที่  กบอ. ซึ่งมีนายปลอดประสพนั่งกุมบังเหียน ให้สามารถทำหน้าที่วางยุทธศาตร์ กำหนดคอนเซปต์เสนองบประมาณได้ด้วยตัวเอง  

เสียงลือเสียงเล่าอ้างจากกรรมการชุดต่างๆ  ดังออกมาเป็นระยะ แม้แต่ภายใน กบอ.เอง ก็ออกมาแสดงความเห็นตรงไปตรงมาถึงนายปลอดประสพ ในลักษณะมีความเชี่ยวชาญแค่ด้านกรมประมง ป่าไม้ แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านน้ำ แถมยังระบุถึงความพยายามจัดระเบียบอำนาจบริหารจัดการน้ำใหม่รวมศูนย์อยู่ที่ กบอ. ไม่จำเป็นต้องฟังความเห็นจากกรูรู ที่อยู่ในคณะกรรมการอื่นๆ

จึงไม่แปลกใจถึงความระส่ำภายในกบอ.  มีพูดกันว่าเมื่อมีการผูกขาดอำนาจตัดสินใจ ก็ยากทำงานร่วมกันจำต้องโบกมือลา กบอ.    ไม่แปลกใจที่ รอยล จิตรดอน ทั้งที่อยู่ในกบอ.แต่แทบไม่ขอร่วมสังฆกรรมประชุมกบอ. 

ไม่แปลกใจเลยที่ สมิทธ ธรรมสโรช  หนึ่งใน กยน. เคยระบุ “ผมเห็นว่างานที่รัฐบาลเสนอไม่เป็นรูปธรรม และการอนุมัติงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ที่อนุมัติเพียงไม่กี่วินาที ก็ไม่มีข้อเสนอของนักวิชาการที่เป็นรูปธรรมอยู่ในแผนงานนั้น”

ไม่แปลกใจที่ ปราโมทย์ ไม้กลัด  รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจะออกมาวิจารณ์ไม่เห็นด้วยต่อความคิดนักการเมืองในการผุดแนวทางทีโออาร์ที่ไปให้ความสำคัญกับบริษัทต่างชาติในการเข้าดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งที่ไม่ได้เกิดแผ่นนี้จะเข้าใจพื้นที่ เข้าใจปัญหาความรู้สึกของคนไทยได้อย่างไร  

ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่ตลอดระยะเวลา ผู้นั่งกุมหัวโต๊ะ กบอ. เสนอแนวความคิดต่างๆนานาๆ จนน้ำ(ลาย)ท่วมทะลักเข้าไปถึงคนนั่งตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  ประหนึ่งให้เกิดความมั่นใจต่อการบริหารจัดการน้ำเอาอยู่แน่นอน  จึงมีการมอบความไว้วางใจหลายอย่างไปที่ กบอ.

เหมือนกับว่า นายกฯ ลืมอะไรไปแล้วหรือว่า  ตามโครงสร้างการทำงาน  ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ต้องนำเสนอบอร์ดใหญ่ จะเป็น “กอ” อะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ “กอ” ทั้งหลายแหล่แปรสภาพเป็นแค่กรรมการที่ปรึกษา หรือบางครั้งไม่ต้องปรึกษา ปล่อยให้ กบอ.เดินหน้าไปเลย

นี่อาจเป็นคู่มือให้ผู้รับเหมาได้เข้าใจ ก่อนคว้าอภิโปรเจค อย่าเข้าผิดที่ผิดทาง  ต้องพุ่งตรงไปที่ กบอ.เท่านั้น 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ