posttoday
น้ำ(ลาย)กำลังท่วมทำเนียบฯ

น้ำ(ลาย)กำลังท่วมทำเนียบฯ

23 กรกฎาคม 2555

เสียงกรรมการชุดต่างๆ ดังออกมาเป็นระยะ ถึงนายปลอดประสพ ในลักษณะมีความเชี่ยวชาญแค่ด้านกรมประมง ป่าไม้ แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านน้ำ

โดย...อสนีบาต

ฝนตกต่อเนื่องกระจายหลายพื้นที่ ทำให้มีการพูดถึงสถานการณ์น้ำปีนี้หนักหน่วงหรือไม่  แต่ครั้นได้ฟังบรรดาผู้เชี่ยวชาญน้ำแสดงความเห็นทิศทางเดียวกัน ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับปกติ  บางท่านบอกโอกาสน้ำท่วมกทม.มีแค่ 20 เปอร์เซนต์เมื่อเป็นเช่นนี้น่าจะ "เอาอยู่"

ระหว่างที่ยังไม่มีสัญญาณวิกฤติ เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลใช้เวลาช่วงนี้เร่งแผนรับมือป้องกันระยะสั้น สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงมือดำเนินสารพัดโครงการ ทั้งขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมยกระดับถนน   สร้างเขื่อนป้องกันนิคมอุตสาหกรรม 

ส่วนแผนระยะยาวอย่างอภิโปรเจค 3.4 แสนล้านบาท กำลังเดินหน้า ล่าสุดวันที่  24 ก.ค. นี้ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ประชุมชี้แจงทีโออาร์  ที่ศูนย์ประชุมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (สวทช.) เวลา 13.30-16.30 น.   มีการระบุผู้มีสิทธิเข้าร่วมรับฟังคือผู้ลงทะเบียนยื่นความจำนงขอรับเอกสารทีโออาร์จากกบอ.ตั้งแต่วันที่ 9-23ก.ค. เท่านั้น

น้ำ(ลาย)กำลังท่วมทำเนียบฯ

น่าแปลกใจเหมือนกันทำไมถึงกำหนดให้เฉพาะผู้ยื่นรับทีโออาร์เข้าฟังเท่านั้น หวังว่าถึงวันงานจริงจะเปลี่ยนใจเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ยื่นความจำนงขอทีโออาร์รับฟังบ้าง  เพราะในเมื่อรัฐบาลอ้างตลอดเน้นความโปร่งใส  ควรใจกว้างให้ผู้ข้องใจอภิโปรเจคซักถาม หรือจะให้ดีควรเช่าสัญญานสถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดอธิบายตรงไปตรงมากับประชาชนไปเลย 

แหม! พูดถึงเรื่องความโปร่งใส ขออธิบายเพิ่มสักหน่อย เพราะที่ผ่านมาสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยทักท้วงทีโออาร์ 3.4 แสนล้านบาทไม่ชอบมาพากล  ตั้งคำถามทำไมเน้นความสำคัญไปที่บริษัทรับเหมาต่างชาติ   ขณะที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชน ขยับคัดค้าน หลังสื่อมวลชนตรวจสอบพบการซุกแผนสร้างอ่างเก็บน้ำ 21 แห่ง ทั้งที่ยังไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่มีการระบุโครงการนั้นโครงการนี้แล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี     หรือแม้แต่รายละเอียดเส้นทางโครงการฝลัดเวย์ 1.2 แสนล้าน ที่จะกระทบต่อพื้นที่ความเป็นอยู่ประชาชน แต่ประชาชนเพิ่งมาทราบจากสื่อสารมวลชน    ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ณ์เพราะเหตุนี้หรือไม่ ที่ทำให้รัฐบาลไม่เปิดเผยรายละเอียดแผนบริหารจัดการน้ำ 3.4 แสนล้านผ่านสาธารณะวงกว้างแต่กับแจกเอกสารให้กับผู้รับเหมาะเอกชนที่ยื่นความจำนงเท่านั้น  

เรียกว่า ผู้รับเหมารู้แล้ว แต่ประชาชนอยู่ในกะลาแค่รอคำสั่งรื้อถอนยอมจำนนอย่างเดียว

เมื่อแวะเวียนไปที่ตึกแดง ทำเนียบรัฐบาล อันเป็นกองบัญชาการ กบอ. ได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ยิ่งทำให้พบปมปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่เต็มไปด้วยความคลุมเคลืออีกเช่นกัน    

ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างการทำงาน  หลังมหาอุทกภัยผ่านพ้น  นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหลักๆ 4 คณะ ได้แก่  คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริการจัดดการน้ำ หรือ กยน.  มีนายกฯ เป็นประธาน   2. คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) มีนายวีรพงษ์  รามางกูร  เป็นประธาน  3. คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) มีนายกฯ เป็นประธาน  และ 4 . คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กนอ.) มีนายปลอดประสพ  เป็นประธาน  

แต่ละคณะกรรมการมีการกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน  เช่น กยน. มีการวางยุทธศาสตร์วางระบบบริหารจัดการน้ำ  หรือ กนอช. ซึ่งอุดมไปด้วยกรูรูด้านน้ำ เกี่ยวข้องโครงการพระราชดำริ อย่างนายสุเมธ ตันติเวชกุล แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษา ก็เหมือนแต่งตั้งมาเป็นพระอันดับสร้างความมั่นใจให้นายกฯเท่านั้น   หรือ  กยอ. ที่นอกจากมีนายวีรพงษ์ ผู้ปราดเปรื่อง ยังมีนายกิจจา ผลภาษี ผู้ที่มีบทบาทสำคัญรอบรู้ด้านโครงการน้ำและการเกษตร หรือ ในกบอ.เอง ที่มี นายรอยล จิตรดอน คอยให้คำปรึกษาแนะนำ

แต่ผ่านมาถึงวันนี้คณะกรรมการที่อุดมด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ  เริ่มถอยห่างออกไปทีละคน   บางคณะมีการเรียกประชุมแทบนับครั้งได้  เหตุเพราะมีความพยายามจากฝ่ายการเมืองต้องการลดบทบาทกรรมการชุดต่างๆ  โดยเทน้ำหนักไปที่  กบอ. ซึ่งมีนายปลอดประสพนั่งกุมบังเหียน ให้สามารถทำหน้าที่วางยุทธศาตร์ กำหนดคอนเซปต์เสนองบประมาณได้ด้วยตัวเอง  

เสียงลือเสียงเล่าอ้างจากกรรมการชุดต่างๆ  ดังออกมาเป็นระยะ แม้แต่ภายใน กบอ.เอง ก็ออกมาแสดงความเห็นตรงไปตรงมาถึงนายปลอดประสพ ในลักษณะมีความเชี่ยวชาญแค่ด้านกรมประมง ป่าไม้ แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านน้ำ แถมยังระบุถึงความพยายามจัดระเบียบอำนาจบริหารจัดการน้ำใหม่รวมศูนย์อยู่ที่ กบอ. ไม่จำเป็นต้องฟังความเห็นจากกรูรู ที่อยู่ในคณะกรรมการอื่นๆ

จึงไม่แปลกใจถึงความระส่ำภายในกบอ.  มีพูดกันว่าเมื่อมีการผูกขาดอำนาจตัดสินใจ ก็ยากทำงานร่วมกันจำต้องโบกมือลา กบอ.    ไม่แปลกใจที่ รอยล จิตรดอน ทั้งที่อยู่ในกบอ.แต่แทบไม่ขอร่วมสังฆกรรมประชุมกบอ. 

ไม่แปลกใจเลยที่ สมิทธ ธรรมสโรช  หนึ่งใน กยน. เคยระบุ “ผมเห็นว่างานที่รัฐบาลเสนอไม่เป็นรูปธรรม และการอนุมัติงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ที่อนุมัติเพียงไม่กี่วินาที ก็ไม่มีข้อเสนอของนักวิชาการที่เป็นรูปธรรมอยู่ในแผนงานนั้น”

ไม่แปลกใจที่ ปราโมทย์ ไม้กลัด  รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจะออกมาวิจารณ์ไม่เห็นด้วยต่อความคิดนักการเมืองในการผุดแนวทางทีโออาร์ที่ไปให้ความสำคัญกับบริษัทต่างชาติในการเข้าดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งที่ไม่ได้เกิดแผ่นนี้จะเข้าใจพื้นที่ เข้าใจปัญหาความรู้สึกของคนไทยได้อย่างไร  

ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่ตลอดระยะเวลา ผู้นั่งกุมหัวโต๊ะ กบอ. เสนอแนวความคิดต่างๆนานาๆ จนน้ำ(ลาย)ท่วมทะลักเข้าไปถึงคนนั่งตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  ประหนึ่งให้เกิดความมั่นใจต่อการบริหารจัดการน้ำเอาอยู่แน่นอน  จึงมีการมอบความไว้วางใจหลายอย่างไปที่ กบอ.

เหมือนกับว่า นายกฯ ลืมอะไรไปแล้วหรือว่า  ตามโครงสร้างการทำงาน  ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ต้องนำเสนอบอร์ดใหญ่ จะเป็น “กอ” อะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ “กอ” ทั้งหลายแหล่แปรสภาพเป็นแค่กรรมการที่ปรึกษา หรือบางครั้งไม่ต้องปรึกษา ปล่อยให้ กบอ.เดินหน้าไปเลย

นี่อาจเป็นคู่มือให้ผู้รับเหมาได้เข้าใจ ก่อนคว้าอภิโปรเจค อย่าเข้าผิดที่ผิดทาง  ต้องพุ่งตรงไปที่ กบอ.เท่านั้น
 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน