
ไม่ไว้วางใจ
วันนี้คอลัมน์จับทวนฯ ขอพักเบรกให้กับ “สันทัด กรณี” เป็นการชั่วคราว 1 สัปดาห์ จึงขอแจ้งให้แฟนประจำทราบล่วงหน้า
โดย...แม่ไม้มวยวัด
วันนี้คอลัมน์จับทวนฯ ขอพักเบรกให้กับ “สันทัด กรณี” เป็นการชั่วคราว 1 สัปดาห์ จึงขอแจ้งให้แฟนประจำทราบล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องแตกตื่นตกใจว่า คุณพี่สันทัดของเราถูกอุ้มหายไปไหน
ของดเรื่องโปกฮาประสาการเมืองสักวัน หันมาพูดถึงปัญหาโรคภัยไข้เจ็บใกล้ตัวกันบ้าง
ทอล์กออฟเดอะทาวน์เวลานี้ชาวบ้านที่มีลูกเด็กเล็กแดง ต่างพากันตื่นกลัวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค “มือ เท้า ปาก”
หลายรายไม่กล้าพาลูกออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน เพราะเชื้อโรคร้ายที่ว่านี้ติดกันได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส สารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนอยู่กับสิ่งของเครื่องใช้หรือของเล่นต่างๆ ก็อาจสบโอกาสเข้าไปฟักตัวในร่างกายได้
แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามอธิบายว่า เป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลก็ตาม แต่พอได้ยินข่าวคราวเด็กน้อยชาวกัมพูชาที่ต้องสังเวยชีวิตเป็นใบไม้ร่วง โดยที่จำนวนผู้เสียชีวิตก็ยังไม่แน่ชัด เพราะถูกทางการเขมรปกปิดตัวเลข เป็นใครก็คงอดขวัญผวาไม่ได้ โดยเฉพาะหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่
ไม่ใช่แค่ชาวบ้านจะหวาดหวั่นต่อการลุกลามของเชื้อโรคร้ายชนิดนี้ แต่ยังไม่ไว้วางใจการทำงานของหน่วยงานรัฐที่ชวนให้คลางแคลงใจหลายประเด็น
นอกจากหน่วยงานรัฐยังให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ชัดเจนแล้ว ยังหาความจริงใจไม่ได้ แล้วจะไม่ให้ชาวบ้านตื่นตระหนกได้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลทุกอย่างเบลอไปหมด
หลังมีข่าวการแพร่ระบาดที่กัมพูชา แค่ไม่กี่สัปดาห์ก็ถึงคิวของไทยที่เริ่มออกมาเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโผล่อยู่จังหวัดโน้นบ้าง จังหวัดนี้บ้าง
ถ้ารัฐยอมรับความจริงเสียตั้งแต่ต้นว่า นี่คือ “สัญญาณเตือนภัย” ที่ต้องจับตา แล้วประกาศเฝ้าระวังตามขั้นตอน มันก็ไม่ต่างกับในเวลานี้ที่รัฐเพิ่งตื่นตั้งวอร์รูมสกัดมือเท้าปาก
หากเตือนกันล่วงหน้าเสียแต่เนิ่นๆ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นย่อมลดลงตามมา อย่างน้อยบรรดาโรงเรียนที่มีเด็กเล็กและผู้ปกครองทั้งหลายจะได้เพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น จะได้ไม่ต้องพาลูกหลานเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
กรณีเด็กหญิงวัย 2 ขวบ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กทม. เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ผู้หลักผู้ใหญ่แทบทุกหน่วยงานของรัฐรีบออกมาปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันทันทีว่า ไม่ใช่โรคมือ เท้า ปาก...ทั้งที่ผลการตรวจพิสูจน์ที่ชัดเจนยังไม่ออก
ต่อมาภายหลังแพทย์เจ้าของไข้ได้นำเชื้อไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าเป็นเชื้อเอ็นเตโรไวรัส 71 ซึ่งก็คือโรคมือ เท้า ปาก
ถัดมาวันที่ 21 ก.ค. นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข ออกมายอมรับว่า ผลการตรวจพบเชื้อเอ็นเตโรไวรัส 71 จริง แต่เป็นสายพันธุ์ บี5 ซึ่งไม่มีความรุนแรง และอาจไม่ใช่สาเหตุที่แท้ของการเสียชีวิต แตกต่างกับสายพันธุ์ ซี4 ที่เป็นเชื้อชนิดรุนแรงที่พบในกัมพูชา
ชาวบ้านตาดำๆ ฟังแล้วมึนไปตามๆ กัน เดี๋ยวใช่ เดี๋ยวไม่ใช่ จนตั้งรับไม่ถูก
ที่แน่ๆ คือ เวลานี้ทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์หรือภัยพิบัติฉุกเฉิน ได้ปรากฏสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนขึ้นทุกวันแล้วว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ
ไม่ต่างกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่รัฐพยายามพร่ำบอกว่า “เอาอยู่ๆ” นั่นแหละ







