
สายตาสั้น
หากไม่เกิดภัยพิบัติทั้งโลก จนทำให้เกิดภาวะผลผลิตข้าวเสียหายอย่างยับเยินแล้ว การรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะต้องจบลงด้วยการขาดทุนอย่างย่อยยับ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หากไม่เกิดภัยพิบัติทั้งโลก จนทำให้เกิดภาวะผลผลิตข้าวเสียหายอย่างยับเยินแล้ว การรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะต้องจบลงด้วยการขาดทุนอย่างย่อยยับ
เพราะการรับจำนำข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท เป็นการฝืนกลไกตลาด และทำให้เกิดปัญหาอย่างมากมาย
ทั้งหมดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นมาอย่างเนิ่นนานหลายสิบปี ที่รัฐบาลมองแค่ปัญหาระยะสั้น ใช้การจำนำ ประกันราคาในการแก้ปัญหา
แต่ในแง่การแก้ไขปัญหาพื้นฐาน นั่นคือ ประสิทธิภาพการผลิต กลับถูกละเลยมาตลอด
ประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ของโลก แต่ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวอยู่ในอันดับท้ายๆ
เคยมีการจัดอันดับประเทศผู้ผลิตข้าวในโลก ปรากฏว่าสหรัฐมีผลผลิตต่อไร่สูงสุด รองลงมาคือ เกาหลีใต้ ประมาณ 1,200 กิโลกรัม
ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 20 เศษๆ มีผลผลิตต่อไร่ประมาณ 450 กิโลกรัม โดยในภูมิภาคอาเซียนนี้ เราแพ้ทั้งพม่า ทั้งเวียดนาม ทั้งอินโดนีเซีย และชนะเพียงแค่กัมพูชาเท่านั้น
นี่แหละ คือความจริงพื้นฐานที่เป็นอยู่ และไม่ได้รับการแก้ไข
รัฐบาลเข้ามามีเพียงการมองระยะสั้น มองเฉพาะการจำนำราคาข้าวสูงๆ เพื่อหวังให้ได้คะแนนนิยม
แต่ปัญหาที่ทิ้งค้างเอาไว้ มันมหาศาล นับตั้งแต่ผลขาดทุนที่ประเมินแล้วแตะแสนล้านบาท ตลาดส่งออกข้าวที่หายวับไปกับตา ทำให้หลุดจากตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 1 รวมไปถึงการทุจริตที่เกิดขึ้น
ภาวะดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารเศรษฐกิจที่มองระยะสั้น แต่ละเลยการสร้างพื้นฐานระยะยาว
และประชานิยมทั้งหลายไม่แคล้วจะทำให้เกิดหนี้ท่วมตัว และนำไปสู่การล่มสลายในที่สุด







