
ถอยดีแล้ว
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่รัฐบาลยอมถอยและล้มโครงการให้สหรัฐเข้าใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่รัฐบาลยอมถอยและล้มโครงการให้สหรัฐเข้าใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ภายใต้ข้ออ้างการสำรวจชั้นบรรยากาศ
แม้มติ ครม.ที่ออกมาจะเป็นไปทำนอง จะส่งเรื่องเข้ารัฐสภาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ เพื่ออภิปรายตรวจสอบ แต่ทั้งหมดก็ต้องถือว่าถึงขั้นยุติ
สาเหตุเนื่องจากสหรัฐขีดเส้นตายต้องการคำตอบจากไทยภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งไม่มีทางทัน เพราะสภาปิดไปแล้ว โดยรัฐบาลเองก็ไม่ต้องการเปิดประชุมวิสามัญขึ้นมาอีก
ขั้นตอนต่อไปคือ การที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ทำการชี้แจงกับทางสหรัฐตามพิธีการก็เท่านั้น
เรื่องทั้งหมดเมื่อมองผลประโยชน์ของประเทศ ก็ยังไม่รู้ว่า การเปิดให้ใช้พื้นที่อู่ตะเภา ผลดี ผลเสียอะไรจะมากกว่ากัน
โครงการดังกล่าวระบุว่าเป็นความร่วมมือทางวิชาการ สำรวจชั้นบรรยากาศ ช่วงเวลา และเฉพาะฤดูที่เกิดมรสุม โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีนี้
สิ่งที่คาดว่าจะได้รับก็คือ ข้อมูลในเชิงรายละเอียดสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้ประกอบในการพยากรณ์อากาศ รองรับเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ โดยความเห็นของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและกองทัพ ยืนยันว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
แต่ทว่าความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ โครงการใช้พื้นที่อู่ตะเภา ถูกมองด้วยสายตาสงสัยจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ อย่างจีน
อย่าลืม จีนกำลังเป็นคู่แข่งด้านมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และอีกไม่นานก็จะแซงหน้าอเมริกาอย่างแน่นอน
ในทางการเมืองจีนก็เริ่มสร้างสัมพันธ์ไปทั่วโลก ในฐานะมหาอำนาจที่กำลังตีคู่ขึ้นมาเช่นกัน
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่สหรัฐจะเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปูสัมพันธ์กับพม่า การไปโอบกอดกับเวียดนาม เพื่อสร้างเครือข่ายในการสกัดจีนเอาไว้
แน่นอนสำหรับไทย ก็เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐ
แม้โครงการใช้พื้นที่อู่ตะเภา จะโรยหน้าด้วยการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แต่มันก็แฝงนัยทางการเมืองระหว่างประเทศเช่นกัน
หากจะจับมือกับสหรัฐ โดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของจีน จึงไม่ถูกต้อง แม้สหรัฐจะเป็นมหามิตรกับไทยมาเนิ่นนาน แต่ความลึกซึ้งระหว่างไทยกับจีนมากกว่ามหามิตร เพราะไทยจีนถือเป็นญาติ พี่น้อง สืบเชื้อสายกันมาอย่างยาวนาน
การคบไกล ทำลายมิตรใกล้ จึงไม่ใช่สิ่งถูกต้อง
เมื่อถอยก็ดีแล้ว ไม่เช่นนั้นผลที่ตามมามันใหญ่หลวงนัก







