
หยุดความเสี่ยง
สถานการณ์ในขณะนี้ต้องบอกว่า ยังไม่มีอะไรที่สะเด็ดน้ำสักอย่างเดียว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สถานการณ์ในขณะนี้ต้องบอกว่า ยังไม่มีอะไรที่สะเด็ดน้ำสักอย่างเดียว
วิกฤตหนี้ยุโรป แม้จะหายใจโล่งคอกันไปได้เฮือกใหญ่ หลังการเลือกตั้งของกรีซ ที่พรรคการเมืองกุมชัยชนะไม่ต้องการออกจากสหภาพยุโรป ทว่าปัญหาหนี้สินยังไม่หมดไป
ทั้งหมดเหมือนฝีที่เริ่มแตก เกิดอาการอักเสบ กลัดหนองลามไปทั่วถึงอิตาลี สเปน
เรียกได้ว่า วิกฤตยุโรปต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะสะสางได้สำเร็จเหมือนตัวอย่างที่เคยเกิดในสหรัฐอเมริกามาแล้ว
แน่นอน ผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยุโรปจะทำให้การส่งออกขยายตัวหดกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
เท่าที่มีการประเมิน การส่งออกจะขยายตัวแค่ 7-8% เท่านั้น จากเดิมที่ตั้งเป้าขยายตัว 15%
ยามนี้จะหันซ้ายหันขวาไปทางไหนก็ลำบาก เพราะทุกตลาดในโลกได้รับผลกระทบจากหนี้ยุโรปแทบทั้งสิ้น
การหดตัวของภาคส่งออกจะกระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยยังเหลือปัจจัยที่พึ่งพาได้คือ การใช้จ่ายของรัฐ การลงทุน และการใช้จ่ายของประชาชน
แต่อีกนั่นแหละ ปัจจัยเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงของอาการไม่สะเด็ดน้ำเช่นกัน
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดอย่างสม่ำเสมอ คือ ความเสี่ยงทางการเมือง ซึ่งยังมีระเบิดเวลารออยู่อีกมากมาย
อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มีการประกาศขึงขัง เปิดสภาเมื่อใดจะมีการผลักดันเข้าไปอีกเมื่อนั้น
นั่นหมายถึงความขัดแย้งรอบใหม่จะต้องเกิดขึ้น เป็นเงื่อนปมที่ยังแกะไม่ออก
ทั้งหมด ยังไม่นับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาไม่ทางใดทางหนึ่ง
เงื่อนไขที่ไม่สะเด็ดน้ำเหล่านี้ กลายเป็นความเสี่ยงของประเทศที่ไม่ได้ลดลงเลย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เมื่อปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่ยากควบคุม ก็สมควรจะทำภายในให้สงบ ตั้งรับแรงกระแทกที่ก่อเค้าทะมึนขึ้นมา
ทว่าสิ่งที่ปรากฏกลับเป็นการเร่งโหม ทำให้เกิดความเสี่ยงภายในขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
หรือถ้าบ้านเมืองไม่ลุกเป็นไฟ เห็นทีจะไม่เลิกรากระมัง
หยุดปมขัดแย้งภายใน ตั้งรับศึกใหญ่ที่รออยู่ดีกว่า
ไม่เช่นนั้น จะฉิบหายแบบหายห่วงแน่







