
ไม่รู้ไม่ได้
ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคือดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทรุดตัวลงอย่างฮวบฮาบ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคือดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทรุดตัวลงอย่างฮวบฮาบ
และสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ การไหลบ่าของบรรดาข่าวร้าย มีจุดเริ่มต้นที่เดือน เม.ย. และแผ่ขยายมาเรื่อยๆ
อย่าลืม เดือน เม.ย. เป็นเดือนแรกที่รัฐบาลบังคับใช้นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ใน 7 จังหวัด
ข่าวร้ายที่เกิดขึ้น ได้แก่ ยอดการอนุญาตตั้งโรงงานใหม่ลดลงอย่างมาก ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงเดือน พ.ค.
ในอีกด้านการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ก็ลดลง ขณะที่การจดทะเบียนเลิกกิจการกลับเพิ่มพรวดพราด
เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเดือน เม.ย. ก็ปรับตัวลงต่ำ และต้องดูตัวเลขเดือน พ.ค.อีกครั้ง
ทั้งหมดปฏิเสธไม่ได้ว่า เกิดจากการตัดสินใจที่มีเงื่อนไขค่าจ้าง 300 บาท เป็นองค์ประกอบด้วยอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันยอดการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็ร่อแร่ ปัจจัยมาจากเหตุอันหลากหลาย โดยส่วนสำคัญก็คือภาวะตลาดต่างประเทศ วิกฤตยุโรปที่ไม่เอื้ออำนวย
เหล่านี้คือข่าวร้าย ที่จะส่งผลอย่างจังต่อเศรษฐกิจ
แต่ที่ถือเป็นข่าวร้ายแรงยิ่งกว่านั้นก็คือ ภาวะนอนใจ แถมยังสร้างเงื่อนทำให้เกิดข่าวร้ายเพิ่มขึ้นอีก
นั่นคือ การเพิ่มเชื้อไฟทางการเมือง
จุดปะทุของปมทางการเมือง มาจากการออก พ.ร.ฎ.ขยายการประชุมสภาออกไปจากเดิมที่ต้องปิดสภาในกลางเดือน เม.ย.
นี่แหละ คือจุดตั้งต้นของวิกฤต ของความแตกแยก
เพราะทันทีที่มีการขยายเวลาเปิดสภา สิ่งที่ตามมาคือ การเสนอผลการศึกษาแนวทางปรองดองของคณะกรรมาธิการปรองดองแห่งชาติ
จากนั้นเป็นการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สุดท้ายเป็นการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภา นำมาสู่ความแตกแยกอย่างหนัก
ถ้าไม่ขยายเวลาเปิดสภา ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น
และหากเห็นแก่ประโยชน์ ความสงบสุขส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา
และที่มันน่าเหนื่อยใจอีกก็คือ ขณะที่เกิดความขัดแย้งอย่างหนักจากร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับบอกว่าไม่ได้อ่านร่างกฎหมายนี้
เฮ้อ....เหนื่อยใจจริงๆ
ปัญหาทั้งเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้น สรุปได้ว่า รัฐบาลมีส่วนด้วย
จะบอกว่าไม่รู้ ปัดความรับผิดชอบออกไป มันง่ายไปหน่อย!!!







