
ใจปลาซิวจะนำชาติ
เป็นที่ประจักษ์แจ้งออกมาแล้ว“จิตใจเท่าปลาซิว”แปลงกายเป็นอีแอบหลบหนีคดี
โดย...อสนีบาต
จากที่ท่องกันมาตั้งแต่เด็ก “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” แต่มันต้องกลับตาลปัตรกลายเป็น“ทำดีอย่าคิดว่าได้ดี แต่ทำริยำตำบอนต่างหากถึงได้ดีเสวยสุข”ก็ล้วนเป็นฝีมือของนักการเมืองสายพันธุ์อัปรีย์ที่บ่มเพาะถ่ายทอดให้คนรุ่นปัจจุบันได้เห็น แต่ถึงจะแสดงอาการลั้นส์ลาในอำนาจอสัตย์มากเพียงใด เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตก็ต้องลงโลงด้วยกันทั้งสิ้น
สุดท้ายทรัพย์สินศฤงคารก็เอาไปไม่ได้ แม้แต่เถ้ากระดูกยังต้องลอยอังคาร สิ่งที่ทิ้งไว้แค่ชื่อให้ผู้ยังอยู่ ได้ตัดสินใจเลือกจะอโหสิกรรมวีรกรรมบัดซบที่ผ่านมาหรือ ช่วยกันบันทึกสรรเสริญเชิดชู
เมื่อเป็นเช่นนี้คนทำดีอย่าเพิ่งท้อถอยสร้างสรรค์จรรโลงสังคมต่อไปเถิดเพราะ”คนดีไม่มีวันตาย”
อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ว่าคนไทยจำนวนมากพากเพียรทำความดี ดำรงชีวิตทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่มีซีกส่วนสังคมแสวงหาความสุขบนความทุกข์ของชาวบ้านฉุดรั้งความเจริญของประเทศ ท่ามกลางเสียงสาบแช่งเมื่อไหร่คนพวกนี้มันจะตายตายไปสักที
นึกถึงคำกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเคยกล่าวไว้ทิศทางประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ต้องให้นักการเมืองรุ่นเนรคุณชาติดับสูญไปก่อน ถือเป็นคำกล่าวถูกต้องทุกประการ
พิสูจน์ให้เห็นโดยตลอดกับกลุ่มการเมืองพวกนี้ ปากเอ่ยอ้างถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมสร้างมาตรฐานดีงามให้บ้านเมือง แต่จับได้ไล่ทันก็เป็นแค่สร้างเครดิตให้กับตนเองในเกมแย่งชิงอำนาจ เห็นๆกันอยู่คำพูดกับการปฏิบัตจริงตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง
น่าแปลกใจ ในขณะที่บรรดาคนจนถูกยัดเยียดข้อหากระทำความผิด ศาลพิพากษาจำคุก ผู้นั้นไม่มีแม้แต่เงินประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์- ฏีกา แต่กับมหาเศรษฐี เคยเป็นถึงผู้บริหารประเทศ ซึ่งควรสร้างแบบอย่างที่ดีให้สังคม
แต่ที่ไหนได้เป็นที่ประจักษ์แจ้งออกมาแล้ว“จิตใจเท่าปลาซิว”แปลงกายเป็นอีแอบหลบหนีคดี แถมสั่งการบริวารว่านเครือแทรกแซงอำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ออกแบบกฎหมายเพื่อตัวข้าไม่ต้องนอนคุก
… อสนีบาต…เคยเขียนเปรียบเทียบหัวใจแกร่งของญาติเหยื่อเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองกับนักการเมืองที่แสวงหาประโยชน์จากซากศพ นักการเมืองที่ไม่เคยแม้กระทั่งลงมาคลุกฝุ่นนอนถนน แถมหนีเตลิดเปิดเปิงอยู่เมืองนอก แม้แต่กฎหมายกบิลเมืองยังไม่เคารพพร้อมจะออกแบบกฎหมายให้เป็นของข้าและเพื่อข้า แล้วอย่างงี้จะไปเป็นตัวอย่างที่ดีให้ใครได้ คนประเภทใจปลาซิวไม่กล้าพิสูจน์ความจริงนับประสาอะไรจะมานำพาชาติในอนาคต
น่าสังเวชกว่านั้น ขณะที่…อสนีบาต… สื่อสารออกไป ปรากฎว่ามีสื่อในคอนโทรลนักการเมือง ออกมาแสดงความเป็นเจ้าของมวลชนเฉยเลย แสดงถึงศาสดาผูกขาดประชาธิปไตยแต่เพียงผู้เดียวซะงั้น ด้วยการด่าสาดเสียเทเสียไปยังสื่อที่ออกมานำเสนอเรื่องราวญาติผู้เสียชีวิตออกมาทวงความยุติธรรม โดยที่ญาติผู้เสียชีวิตเหล่านี้ประกาศไม่ยอมก้มหัวให้พวกที่ออกมายุยง”ช่างแม่งมัน”โดยคนเหล่านี้ต้องการกระบวนการยุติธรรม รักษานิติรัฐ นิติธรรม
เมื่อพวกเขาทวงถามแล้วเราเป็นสื่อก็ต้องนำเสนอ ช่างงุนงงมันบิดเบือนตรงไหน มันเสี้ยมตรงไหน ในทางตรงกันข้ามเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทวงถามความเป็นธรรม ต้องหาการค้นหาความจริง แต่ถ้าเราไปปิดหูปิดตาด้วยการไปนำเสนอว่า ญาติผู้เสียชีวิตเออออห่อหมกกับพวก”ช่างแม่งมัน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างนี่สิคือการช่วยการบิดเบือน
หรือว่า นี่คือความหมายการนำเสนอข้อเท็จจริงตามแบบฉบับสื่อในคอนโทรลการเมือง
ตลอดระยะเวลาทำงาน จุดยืนคือการตรวจสอบนักการเมืองขี้ฉ้อที่มันหลอกหากินภาษีประชาชนต่างหาก อสนีบาต ไม่เคยที่จะไปด่าประชาชนแล้วมาเชิดชูภายหลัง คงต้องบอกว่าคนที่เป็นสื่อแล้วเอาประชาชนมาเป็นกำแพง มันไม่ต่างกับนักการเมืองหรือแกนนำไร้ความรับผิดชอบปลุกพาประชาชนไปตาย หรือไม่ก็เป็นโจรในคราบสื่อดีๆนี่เอง
ถ้าจะว่าไปแล้ว สื่อพวกนี้ก็ไม่ต่างกับนักการเมืองใจปลาซิวแอบพิงหลังประชาชน ซึ่งก็ต้องขอโทษที อสนีบาต ไม่เก่งแถไถ ตลบตะแลงอย่างนั้นดอก ชีวิตหาเช้ากินค่ำไม่จำเป็นต้องรับจ้างนักการเมืองริยำสอพลอคนไหนมาเขียน ถ้าจะอยากเห็นสีดำเป็นสีขาว หรือ ปิดหูปิดตาพฤติกรรมผู้บริหารชาติใจปลาซิวก็ควรไปบริโภคข่าวสารผู้มีอำนาจบาตรใหญ่แล้วกัน
แล้วนี่ก็เป็นอีกเรื่องตามข้อเท็จจริง จะให้บิดเบือนอย่างไรดีหล่ะ กับช่วงเวลารื่นเริงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีบรรดาข้าราชการ เจ้าพนักงานรัฐ ต่างมีตำแหน่งใหญ่โต แต่กลับสวามิภักดิ์นักโทษที่ทางการต้องการตัว ความจริงข้อปฏิบัติควรอัญเชิญตัวกลับประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย อนุมัติออกหมายจับ นักค้ายาเสพติด พวกก่อคดีอาชญากรรมปล้นสะดม จนสร้างผลงานทำสถิติมามากมายก็ทำมาแล้ว แต่เหตุฉไนกลับไม่จับนักโทษหนีคดีรายนี้มาดำเนินคดี
…ไหนหล่ะคือการสร้างมาตรฐานเดียวกัน จริงอยู่เรื่องของฐานะคนติดคดี ระหว่างคนจนกับคนรวยอาจต่างกัน แต่หลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการจับกุมควบคุมตัว มันต่างกันด้วยหรือ คนจนไม่มีอันจะกินแต่ถูกกระชากลากถูเข้าคุก แต่ถ้าเป็นพ่อมหาจำเริญหนีคุกต้องทำหูไปนาเอาตาไปไร่อย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะถ้าเป็นญาติโกโหติกาต้องได้รับการยกเว้นใช่ไหม ทั้งที่การใช้อำนาจตามกระบวนการยุติธรรมถูกตราไว้ในกฎหมายฉบับเดียวกัน อัปยศโดยแท้!







