สึนามิกับนิวเคลียร์

วันที่ 12 เม.ย. 2555 เวลา 06:42 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

แตกตื่นไปตามๆ กัน หลังเกิดแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย จนทำให้เกิดการเตือนภัยสึนามิในหลายจังหวัดของไทย

สึนามิ สร้างความเสียหายครั้งใหญ่เมื่อ 8 ปีก่อน และที่ยังจำกันไม่ลืมคือเมื่อเดือน มี.ค.ปีก่อน ก็คือคลื่นสึนามิถล่มญี่ปุ่น จนส่งผลกระทบทำให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด

เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากมาย ญี่ปุ่นสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ

แต่บัดนี้ ญี่ปุ่นเตรียมเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเตาปฏิกรณ์ปรมาณู 2 ตัวของบริษัท คันไซ อิเล็กทริก เพาเวอร์ จะเดินเครื่องอีกครั้ง

การเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ญี่ปุ่นเตรียมการไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่การกำหนดแผนฉุกเฉินรับมือภัยนิวเคลียร์ เพื่อลดความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเริ่มเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ครั้งใหม่

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นออกมาตรฐานด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฉบับใหม่

มาตรฐานที่ว่า เพื่อให้แน่ใจจะไม่มีอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ปรมาณูอีกแม้จะถูกถล่มด้วยความรุนแรงในระดับเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ เมื่อปีก่อน

ทำไมญี่ปุ่นประสบวิกฤตจากนิวเคลียร์ถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกระเบิดปรมาณูทิ้งใส่ จนมาถึงวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อปีก่อน ถึงตัดสินใจเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก

ทั้งหมดต้องบอกว่า เกิดขึ้นจากประเด็นชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจโดยแท้

สาเหตุเพราะญี่ปุ่นเกิดปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าภายหลังการปิดเตาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมีการประเมินว่า หากไม่ใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในช่วงฤดูร้อนญี่ปุ่นจะขาดแคลนไฟฟ้าถึง 19%

ไม่เพียงแต่ชาวญี่ปุ่นจะมีปัญหาในการดำเนินชีวิต แต่ธุรกิจ อุตสาหกรรมญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาจากการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน

นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังเกิดปัญหาดุลการค้า อันเป็นผลมาจากการต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันมาผลิตกระแสไฟฟ้าแทนพลังงานนิวเคลียร์

ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นขาดดุลอย่างหนัก เนื่องจากการส่งออกร่วงลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซนที่ทำให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลง ขณะที่การนำเข้าเพิ่มพรวดพราดจากการนำเข้าพลังงานมาผลิตไฟฟ้าทดแทนนิวเคลียร์

ทั้งหมดจึงทำให้ญี่ปุ่นต้องเลือก และญี่ปุ่นเลือกจะเดินหน้านิวเคลียร์อีกครั้ง

การเลือกของญี่ปุ่น จะถูกหรือผิดไม่มีใครรู้ แต่ทว่ามันได้สะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณของญี่ปุ่นที่มองไปข้างหน้า เลือกผลประโยชน์ของชาติมาก่อน

นี่แหละ ไม่น่าประหลาดใจทำไมญี่ปุ่นถึงสร้างชาติเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้

และทำไมพวกเราถึงย่ำอยู่กับที่ วนเวียนแต่สีเสื้อและปัญหาของคนคนเดียว