
ปู 2 น้ำ
ปัญหาน้ำๆ กลายเป็นประเด็นสำคัญในปีนี้ไปเสียแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาน้ำๆ กลายเป็นประเด็นสำคัญในปีนี้ไปเสียแล้ว
น้ำแรก คือน้ำท่วม
ไม่ต้องอธิบายมากว่าน้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่แค่ไหน โดยปัญหาน้ำแรก ยังไม่ทันจางหาย น้ำที่ 2 ก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้อีก
และน้ำที่ 2 คือน้ำมัน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับตัวพรวดพราดตั้งแต่ต้นปี โดยขึ้นไปแล้ว 30-40%
ผลที่ตามมาไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันขายปลีกจะต้องปรับตัวตาม แต่ยังฟาดฟางไปยังเรื่องอื่นๆ อีกบานตะเกียง
ที่สำคัญคือราคาสินค้า ติดปีกไปกับน้ำมันเรียบร้อย
เพราะต้นทุนการผลิตสินค้านอกจากต้นทุนค่าวัตถุดิบการผลิตแล้ว ต้นทุนอื่นที่สำคัญได้แก่ น้ำมัน ดอกเบี้ย และค่าแรง เมื่อน้ำมันขึ้น ของก็ต้องขยับ ยิ่งไปบวกกับการปรับค่าแรงในเดือน เม.ย.ที่จะถึง ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ยุคข้าวยากหมากแพงกำลังมาเยือน
และการตรึงราคาน้ำมันคงทำกันไม่ได้ง่ายๆ อีก
สาเหตุเพราะรัฐบาลเหลือช่องว่างเข้ามาแทรกแซงราคาน้อยลงเรื่อยๆ
ถ้าจะแทรกแซงราคาแบบตรงไปตรงมา ก็ต้องไปลดภาษีน้ำมัน แต่ภาวการณ์ในปัจจุบัน ทำแทบไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลประสบปัญหาหนี้ท่วม
เฉพาะที่เป็นอยู่หนี้ประเทศก็กำลังจะบานเข้าไป 50% ของขนาดเศรษฐกิจ หรือจีดีพีแล้ว หากเอาเงินไปตรึงราคาน้ำมันอีก ก็ไม่รู้ว่า หนี้จะพอกหัว พอกหางขนาดไหน
แนวทางอื่นที่อาจทำได้อีก คือการให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคา โดยกู้เงินเข้ามาแทรกแซงไม่ให้น้ำมันแพงเกินไป
แต่ทว่าการกู้เงินลักษณะดังกล่าว ก็ประสบปัญหาอีก เนื่องจากหนี้กองทุนน้ำมันฯ มีสูงถึงกว่า 2 หมื่นล้านบาท และทำให้ต้องกู้เพิ่มอีก จากการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี
รัฐบาลตรึงราคาก๊าซไว้ที่ 333 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาตลาดโลกสูงกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้มีการใช้ก๊าซเพิ่มขึ้น และลักลอบไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่ราคาแพงกว่าไทย
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจ่ายเงินอุดหนุนราคาก๊าซกว่า 4,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยกว่า 90% เป็นการอุดหนุนก๊าซภาคครัวเรือน ทำให้เกิดแนวคิดจะเสนอขึ้นราคาก๊าซหุงต้มในภาคครัวเรือนเสียด้วยซ้ำเพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ
ปัญหาน้ำท่วม กับน้ำมัน จึงประดังมาพร้อมกันให้นายกฯ ปู รับมือศึก 2 น้ำ
จะเอาอยู่ หรือไม่อยู่ละค้า... งานนี้







