
เรื่องสำคัญ
การเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างมาก เพราะมีผลกระทบต่ออนาคตประเทศโดยตรง
อย่าลืม ภาวะน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก จากการท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง นักลงทุนถึงกับลมจับ
และกลุ่มนักลงทุนที่ประสบความเสียหายมากสุด ก็คือญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้า โตโยต้า หรือระดับกลาง ระดับเล็กที่ไล่ลงมา
ผลกระทบที่นักลงทุนเหล่านี้ได้รับ ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดการขาดทุนอย่างมหาศาล บางบริษัทถึงขั้นไม่กล้าประเมินรายได้ของตัวเอง บางแห่งถึงกับล้มละลายเพราะได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ จากกิจการของตัวเองที่อ่อนแออยู่แล้ว ฯลฯ
น้ำท่วมในไทยยังทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่นทรุดลงทันตา
และอย่าลืมเช่นกันว่า กลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนในปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น
ประเด็นความไม่พอใจ ไม่ใช่แค่น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม แต่ทว่ารวมไปถึงข้อมูลที่ทางการไทยส่งให้นักลงทุน และการบริหารจัดการรับมือปัญหา
พูดง่ายๆ นักลงทุนญี่ปุ่นไม่พอใจฝีมือการบริหารจัดการที่เกิดขึ้นเอาเสียเลย
การเดินทางของ ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นการไปลดระดับความคาใจของกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นให้ลดน้อยถอยลง
เป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ อย่าจำกัดแค่การได้รับคำยืนยันจากนักลงทุนญี่ปุ่นว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตเท่านั้น
เพราะกิจการส่วนใหญ่ถ้าเลือกได้จะไม่ย้ายฐานการผลิตแน่นอน โดยการย้ายฐานการผลิต หมายถึงการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ที่ต้องใช้เงินมหาศาล กินเวลานับปี ต้องว่าจ้าง ฝึกฝีมือแรงงานอีก และเสียค่าโอกาสทางธุรกิจอย่างมากมาย
นักลงทุนญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งนักลงทุนสัญชาติใด จะไม่ย้ายฐานการผลิตจากพื้นที่อย่างง่ายๆ
ปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ก็คือ ญี่ปุ่นจะเลือกไทยในโครงการขยายกำลังการผลิตใหม่อีกหรือไม่ต่างหาก
หากญี่ปุ่นเอาเงินมาลงทุนเพิ่ม ก็เบาใจไปได้ แต่หากย้ายการลงทุนใหม่ๆ ไปยังประเทศอื่นๆ ก็เหนื่อยแน่
หลายชาติในอาเซียนต่างใช้สถานการณ์น้ำท่วม สร้างความได้เปรียบหวังแย่งชิงนักลงทุนญี่ปุ่นไปจากไทย
นี่แหละ ประเด็นสำคัญ
จะเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่ ก็อยู่ที่ตรงนี้







