ข่าวร้ายยังไม่หมด

วันที่ 21 ก.พ. 2555 เวลา 06:59 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในปี 2554 ประกาศออกมาแล้ว ท่ามกลางความตกตะลึง เนื่องจากอัตราการเติบโตลดลงเกินคาด

ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโตเพียง 0.1% ใกล้เคียงกับภาวะ Zero Growth หรือเศรษฐกิจเติบโตเป็นศูนย์

ทั้งหมดเป็นผลจากน้ำท่วม ทำให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ติดลบถึง 9% ฉุดเศรษฐกิจทั้งปีให้ย่ำแย่ตาม

แต่ปีนี้ตัวเลขเศรษฐกิจอาจสร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ซ้ำซาก

หลายสำนักประเมินเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตราวๆ 5% ขณะที่รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลบอกว่าอาจโตถึง 7%

ทว่า ทั้งหมดอาจต้องติดตามกันด้วยใจระทึก เพราะสภาวะแวดล้อมต่างๆ เหมือนจะไม่เอื้ออำนวย

เริ่มจากภาวะต่างประเทศ

ภาวะการส่งออกในปีนี้ต้องบอกว่า ย่ำแย่และแย่ทั้งโลก เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก หากการส่งออกมีปัญหา การเติบโตย่อมลดน้อยถอยลง

ประเทศที่เป็นมหาอำนาจด้านการส่งออก อาทิ ญี่ปุน จีน และสิงคโปร์ ต่างประกาศตัวเลขส่งออกในเดือน ม.ค.มาแล้ว โดยติดลบเป็นแถวๆ แสดงให้เห็นภาวะการค้าโลกที่ซบเซาลง

จีนส่งออกลดลง 0.5% ญี่ปุ่นลดลง 9% สิงคโปร์ลดลง 2.1%

ส่วนการส่งออกของไทยเดือน ม.ค.อีกไม่นานจะประกาศผล ลองดูแล้วกันจะเป็นบวกหรือลบ

นอกเหนือภาวะต่างประเทศไม่เป็นใจ ภาวะในประเทศก็ยังไม่ดีขึ้น

ผลกระทบน้ำท่วมที่ยืดเยื้อกว่าคาด โดยข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า โรงงานในนิคม 7 แห่งที่น้ำท่วม จนถึงวันที่ 17 ก.พ. กลับมาดำเนินการได้ 341 ราย หรือ 44% ของโรงงานที่น้ำท่วมรวม 838 ราย

แต่ในจำนวนนี้เดินเครื่องจักรเต็มที่เพียง 150 ราย และเดินเครื่องจักรบางส่วน 191 ราย แสดงให้เห็นโรงงานยังไม่สร่างไข้

นอกจากนั้น ยังมีการประเมินว่าหลังสงกรานต์โรงงานส่วนใหญ่ก็ยังเดินเครื่องไม่ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับกำลังผลิตเดิม

สาเหตุเพราะในช่วงน้ำท่วมได้เสียคำสั่งซื้อให้กับคู่แข่ง หลายบริษัทจะต้องใช้เวลาในการกลับไปเจรจากับลูกค้าเก่าอีกครั้ง โดยภาพชัดเจนจะเห็นหลังจากพ้นครึ่งปีไปแล้ว

แน่นอน เมื่อโรงงานเดินเครื่องไม่ได้เต็มที่ ก็ย่อมไม่มีการจ้างงาน ไม่มีสินค้าส่งออก และไม่มีแรงส่งไปยังเศรษฐกิจโดยรวม

และยิ่งมาเจอกับสภาพการเมืองที่ไม่นิ่งสักที ความเสี่ยงเศรษฐกิจก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ระวัง...ข่าวร้ายชนิดขนหัวตั้งยังเกิดได้ทุกเมื่อ