
ซุกแต่หนี้-ดีแต่แจก
ข่าวที่ทั้งโลกเฝ้าจับตาคือการแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศกรีซ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ข่าวที่ทั้งโลกเฝ้าจับตาคือการแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศกรีซ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย ที่รัฐสภาของกรีซจะต้องลงมติรับรองแผนการกู้เงินครั้งใหญ่ จำนวน 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
แน่นอน เงินก้อนนี้ไม่ใช่ของฟรี แต่เต็มไปด้วยเงื่อนไขมากมาย โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่าย อาทิ ต้องลดค่าจ้างขั้นต่ำในกรีซลง 22% ต้องลดการจ่ายเงินบำนาญ ลดการจ้างงานในภาครัฐ ฯลฯ
กรีซ มีทางเลือกแค่ 2 ประการ คือ ต้องผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้ได้เงินกู้ แต่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจและสังคม ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย
หรืออีกทาง กรีซต้องยอมเป็นประเทศล้มละลาย
ทั้งหมดเกิดจากปัญหาหนี้สินของกรีซ
หนี้สินดังกล่าวสรุปรวบยอดแล้วมาจาก 2 สาเหตุ
นั่นคือการ ซุกแต่หนี้ กับ ดีแต่แจก
กรีซ เคยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วสุดในยุโรปจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาล
รัฐบาลกรีซหลายชุดดำเนินการขาดดุลครั้งใหญ่เพื่อจัดหาเงินทุนแก่อาชีพภาคเอกชน บำนาญ และประโยชน์ทางสังคมอื่นๆ รวมถึงการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ โดยไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีการพูดทำนอง ถ้าอุตสาหกรรมใดอยู่ในกรีซไม่ได้ก็ให้ย้ายไปประเทศอื่นด้วยหรือเปล่า
นั่นก็คือการแจก ใช้เงินประชานิยม ที่ทำให้เศรษฐกิจโต แต่แลกมาด้วยหนี้สินของประเทศ
เมื่อหนี้สินมากขึ้น รัฐบาลกรีซจึงเริ่มปฏิบัติการ ซุกหนี้ โดยรายงานสถิติทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างผิดๆ มาอย่างต่อเนื่อง มีเจตนาเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีหนี้สินน้อย
ต้นปี พ.ศ. 2553 มีการค้นพบว่ารัฐบาลกรีซใช้วิธีซุกหนี้มากมายเพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้จ่ายเงินได้เกินกว่ารายได้ โดยซ่อนตัวเลขหนี้สินที่แท้จริงจำนวนมหาศาล
แต่สุดท้ายกรีซก็ไม่รอด โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ ทำให้อุตสาหกรรมหลายประเภทประสบปัญหา
หลังน้ำลดตอก็เริ่มผุด กรีซต้องเผชิญกับความจริงของมายาประชานิยม
ประชาชนชาวกรีซกำลังชดใช้กรรม ตกงาน บ้านถูกยึด ไร้สวัสดิการ มองไม่เห็นอนาคต ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตหนี้จะจบลงเมื่อไร
ชาวกรีซนัดหยุดงานเพื่อประท้วงต่อการลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มภาษี โดยมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บหลายสิบคน และถูกจับกุม
เห็นกรีซแล้ว ก็ต้องขนพองสยองเกล้าอย่างไรก็ไม่รู้
ดูแล้วมันคุ้นๆ อย่างไรชอบกล







