posttoday
เสียงร้องขึ้นค่าจ้าง

เสียงร้องขึ้นค่าจ้าง

02 กุมภาพันธ์ 2555

รัฐบาลเตรียมปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ในเดือน เม.ย.นี้

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

รัฐบาลเตรียมปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ในเดือน เม.ย.นี้ และได้มีผลสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะบรรดาผู้ประกอบการรายกลาง รายเล็ก จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากมาตรการดังกล่าว

ผลการวิจัยเรื่องแรก คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 53.4% เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าจ้าง และอีก 46.6% ไม่เห็นด้วย

หมายความว่า มีผู้ประกอบการเกินครึ่ง แม้จะเกินไม่มากนัก เอาด้วยกับนโยบายดังกล่าว โดยสอดรับกับผลวิจัยอีกประเด็นก็คือ ผู้ประกอบการ 66.3% พร้อมทำตามนโยบาย และ 33.7% ไม่พร้อมทำตาม

ในแง่การปรับตัวเมื่อต้องจ่ายค่าจ้างงานขึ้น ในระยะสั้นเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ 58.2% จะให้แรงงานทำงานมากขึ้น อีก 38.9% ปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ ที่เหลือจะเข้มงวดการเลือกพนักงาน ลดช่วงเวลาและค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลา ลดต้นทุนการผลิตส่วนอื่น ปรับตัวโดยการรับเหมางาน และคิดค่าตอบแทนเป็นรายชิ้น

แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ การปรับตัวระยะยาวที่ 45.3% ใช้เครื่องจักรแทนแรงงาน 30.7% ลดตำแหน่งงานลงโดยไม่รับพนักงานใหม่มาแทน

หมายความว่า เอสเอ็มอีมากกว่า 76% จะลดการจ้างงานในระยะยาว

ที่เหลือมีเพียง 19.5% ปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ขณะที่อีก 4.5% ปรับตัวด้วยวิธีการอื่น เช่น เลิกกิจการ เปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น หรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าจ้างต่ำกว่า

มาตรการบรรเทาผลกระทบจากรัฐบาลที่จะให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% เอสเอ็มอี 49.5% ระบุว่า เพียงพอต่อการชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 50.5% ไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันมีกำไรน้อยอยู่แล้ว

อัตราภาษีนิติบุคคลที่เหมาะสม เอสเอ็มอีเห็นว่าควรจะอยู่ที่ 15-20% การลดภาษีที่เกิดขึ้นเอสเอ็มอีจึงไม่ได้ประโยชน์

สิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการ 51.1% คือ จ่ายเงินอุดหนุนส่วนต่างของค่าจ้าง ขณะที่อีก 20.7% ขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่เหลือต้องการให้จัดฝึกอบรมแรงงาน และลดเงินสมทบเข้าประกันสังคมในส่วนของนายจ้าง

การขึ้นค่าจ้างทำให้ผู้ประกอบการกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต เพราะมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่การปรับราคาสินค้าทำได้แค่ 1 ใน 3 ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือ 7-8%

ทั้งหมดจะส่งผลให้อัตราการอยู่รอดของเอสเอ็มอีจะมีน้อยลง จากปัจจุบันที่ 1 ใน 3 ของเอสเอ็มอี มีโอกาสตายได้ภายใน 1 ปี ก็อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2 ใน 3

นี่แหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการขึ้นค่าจ้าง โดยจะทำอย่างไรกับเอสเอ็มอีที่ทำท่าจะร่อแร่ รวมถึงมุมมองระยะยาวที่จะมีการลดแรงงานลงมา

หรือปล่อยให้ทุกอย่างปรับตัวไปตามสภาพ

จะเจ๊ง จะตกงานก็ช่างปะไร อยู่ๆ กันไปก็ชินเอง???

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI