
ท่วม-แล้ง?
หลายคนกลัวปัญหาน้ำจะท่วมซ้ำอีกครั้ง หลากหลายทฤษฎี หลากหลายแนวคิด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หลายคนกลัวปัญหาน้ำจะท่วมซ้ำอีกครั้ง หลากหลายทฤษฎี หลากหลายแนวคิด ต่างมองไปที่ว่า ปรากฏการณ์มากมายที่จะทำให้ฝนมาเร็ว น้ำมามาก และน้ำจะท่วม
แต่เหรียญอีกด้านของน้ำท่วมก็คือ น้ำแล้ง
ถ้าปีนี้น้ำไม่ท่วม ปีหน้าก็สุ่มเสี่ยงมากที่น้ำจะแล้ง
ข้อมูลจาก เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพล อยู่ที่ระดับ 12,000.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 89.14% ของความจุอ่างทั้งหมด
น้ำในเขื่อนภูมิพลจะถูกระบายออกไปเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่เพิ่งทำการเพาะปลูกรอบใหม่
ตามแผนจะมีการระบายน้ำ ตลอดทั้งสัปดาห์ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 57 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
และปีนี้มีน้ำสามารถใช้การได้ตลอดฤดูแล้ง ประมาณ 8,200 ล้านลูกบาศก์เมตร
นี่แหละ ข้อมูลที่มาจากเขื่อนภูมิพล
หากนำข้อมูลนี้มาดู จะเห็นแนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้น นั่นคือการระบายน้ำออกจากเขื่อนให้มากสุด
ทั้งหมดไม่น่าประหลาดใจ เพราะน้ำท่วมปีก่อน เกิดจากปริมาณฝนมากผิดปกติ จนทำให้น้ำในเขื่อนมีมากกว่าปกติ
ในปีนี้ หากจะแก้ปัญหาน้ำท่วม ต้นทางที่น่าจะต้องทำก่อนแน่ๆ คือการเร่งระบายน้ำในเขื่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะถ้าฝนมามาก ก็จะเก็บน้ำได้มากกว่าเดิม ลดความเสี่ยงน้ำจะท่วมลงไป
แต่อีกนั่นแหละ หากลดปริมาณน้ำในเขื่อนต่ำลงไป ก็อาจจะต้องเจอปัญหาฝนแล้ง น้ำขาดในปีถัดไป
จากข้อมูลข้างต้น ปัจจุบันน้ำในเขื่อนมีราวๆ 1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร และจะมีน้ำใช้ได้ประมาณ 8,200 ล้านลูกบาศก์เมตร
หากระบายน้ำเท่ากับปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริง จะทำให้มีน้ำในเขื่อนราวๆ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อพ้นฤดูแล้งไปแล้ว
น้ำปริมาณนี้ ถือว่าต่ำกว่าระดับน้ำที่ควรจะเป็นมากโขอยู่ โดยน้ำที่ควรจะเป็นคือราวๆ 50% ของความจุ หรือประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
แต่งวดนี้ หากระบายตามที่มีปริมาณน้ำใช้ได้จริง ก็จะเหลือต่ำกว่าที่เคยกำหนดเอาไว้
นี่แหละ ประเด็นสำคัญ
เพราะภาวะน้ำท่วมไม่มีใครอยากเผชิญอีก ทางที่จะป้องกันน้ำท่วม ตั้งแต่ต้นมือ ก็ต้องระบายน้ำในเขื่อน
ปี 2554 ที่ผ่านมา เมื่อพ้นหน้าแล้ง น้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ระดับประมาณ 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในเดือน พ.ค. ซึ่งใกล้เคียงระดับน้ำที่ควรจะเป็น
แต่จากนั้นฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนทำให้น้ำในเขื่อนเพิ่มพรวดพราดไปถึงระดับ 100% ของความจุ จนต้องเร่งระบาย เป็นเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ในปีนี้เห็นทีจะต้องมีรายการเร่งระบายน้ำออกไป รอรับน้ำในหน้าฝน
จากนั้นต้องไปรอวัดดวงว่าฝนจะมากหรือน้อย ถ้ามากก็รับมือกันไป แต่ถ้าน้อยก็เป็นอีกเรื่อง
รับมือกับธรรมชาติเป็นเรื่องยาก ไม่อาจคาดเดา
และต้องบริหารจัดการที่ดีเท่านั้นถึงเอาอยู่







