
อย่าถอยขึ้นเอ็นจีวี
รัฐบาลงานเข้า ม็อบก่อตัวตั้งแต่เริ่มต้นปี กลุ่มรถแท็กซี่และรถสิบล้อรวมตัวตั้งแต่วานนี้ กดดันให้รัฐบาลล้มแผนขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลงานเข้า ม็อบก่อตัวตั้งแต่เริ่มต้นปี กลุ่มรถแท็กซี่และรถสิบล้อรวมตัวตั้งแต่วานนี้ กดดันให้รัฐบาลล้มแผนขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี
ยกแรก รัฐบาลเจรจากับรถแท็กซี่ ได้ผลสรุปจะมีการแจกคูปองส่วนลดให้ใน 4 เดือนนี้ ทำให้แท็กซี่สลายตัวไป
แต่ยกที่ 2 รถสิบล้อ ยืดเยื้อตั้งแต่เช้า
เป็นงานที่ยากสำหรับรัฐบาล
ตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ เกิดสารพัดม็อบกดดันไม่ขาดสาย
บางม็อบก็กดดันในสิ่งที่ควร แต่บางม็อบก็กดดันชนิดไม่มีเหตุผล
อย่างการขึ้นเอ็นจีวีก็เช่นกัน หากใส่เกียร์ถอยหลังเห็นทีต่อไปเหนื่อยแน่
เพราะข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า จำเป็นต้องขึ้นราคา
เอ็นจีวีถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2545 โดยแผนจะปรับราคาควบคู่กับการพัฒนาเพิ่มปั๊มเอ็นจีวีมาตลอด
แต่ที่ผ่านมาก็ขึ้นราคาไม่ได้สักที
ราคาน้ำมันดิบปี 2545 อยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปัจจุบันทะลุ 100 เหรียญสหรัฐไปเรียบร้อย แต่เอ็นจีวียังถูกควบคุมที่ 8.5 บาท/กก. ไม่เปลี่ยนแปลง
ราคาต้นทุนเอ็นจีวีที่แท้จริง ที่ศึกษาโดย สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ระบุว่า อยู่ที่ 15.58 บาท โดยเป็นราคาค่าเนื้อก๊าซ รวมถึงการตั้งสถานี การขนส่ง ค่าการตลาด ฯลฯ
ปัจจุบันมีรถขนส่งสินค้าที่ใช้เอ็นจีวีประมาณ 3.7 หมื่นคันจากจำนวนทั้งหมด 7.9 แสนคัน หรือ 4.4%
รถขนส่งสินค้าที่ใช้เอ็นจีวีจึงได้ประโยชน์จากค่าขนส่งที่อิงตามราคาน้ำมันดีเซล โดยราคาดีเซลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เอ็นจีวีถูกตรึงเอาไว้
คิดหยาบๆ แล้ว ปัจจุบันส่วนต่างราคาเอ็นจีวีกับดีเซลอยู่ที่ประมาณ 22 บาท/กก.
แม้จะมีการปรับราคาเอ็นจีวีเป็น 14.50 บาท ก็ยังมีส่วนต่างราคาอีกประมาณ 15 บาท/กก. ซึ่งยังคุ้มค่าต่อการเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวี
รถยนต์ส่วนใหญ่ที่แปรสภาพเครื่องเป็นเอ็นจีวี สามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี
แน่นอนที่สุด การตรึงราคาเอ็นจีวีคนที่ยิ้มสบายคือเถ้าแก่รถสิบล้อ แต่ทว่าคนที่แบกภาระคือ ปตท. ที่ตั้งบัญชีขาดทุนสะสมเอาไว้ และแน่นอนว่ากิจการใดที่ขาดทุนก็ย่อมไม่มีการขยายตัว ปั๊มเอ็นจีวีจึงเกิดขึ้นมาไม่ได้
การที่สิบล้อมาปิดถนน ทำให้การจราจรติดขัด ก็ไม่แตกต่างจากการเอาคนกรุงเทพฯ เป็นตัวประกัน
นี่แหละ หากถอยงวดนี้ ต่อไปเห็นทีจะทำอะไรก็ไม่ได้
รับประกันม็อบจะฮือกันทั้งเมือง







