
เดินหน้า-ถอยหลัง
ปัญหาที่ต้องเผชิญในปีนี้เกิดขึ้นแทบทุกมิติ และหนึ่งในประเด็นที่ต้องจับตานั่นคือด้านเศรษฐกิจ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาที่ต้องเผชิญในปีนี้เกิดขึ้นแทบทุกมิติ และหนึ่งในประเด็นที่ต้องจับตานั่นคือด้านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการทั้งจากภายในและภายนอก
ปัจจัยเสี่ยงภายใน หลักๆ ก็คือ ปัญหาน้ำท่วมและนโยบายรัฐบาล
เริ่มต้นกันที่ประเด็นนโยบายรัฐบาล
เรื่องที่จะมีผลกระทบทันทีคือรายได้ขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
โรงงานหลายประเภทกำลังตัดสินใจจะเดินหน้าหรือถอยหลัง
แต่ละแห่งมีเวลาคิดแค่สิ้นไตรมาสแรกเท่านั้น เพราะทันทีที่เข้าถึงเดือน เม.ย.จะมีการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ บางจังหวัดเพิ่มเป็น 300 บาท ขณะที่บางจังหวัดเพิ่มขึ้น 39.5%
หลายโรงงานจึงทยอยปิดตัว หรือเลิกจ้าง ก่อนที่ค่าจ้างแรงงานใหม่จะมีผล โดยเฉพาะหากไปปิดหลังจากนั้นก็ต้องจ่ายชดเชยในอัตราใหม่
การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แม้จะส่งผลทำให้โรงงานปิดตัว แต่อีกด้านที่รัฐบาลหวังก็คือ จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการผลิตของประเทศ
มุมมองของรัฐบาล คือ อุตสาหกรรมหลายประเภทอยู่ได้เนื่องจากแรงงานราคาถูก ถึงเวลาแล้วที่การทำธุรกิจต่อไปจำเป็นต้องเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ไม่ใช่พึ่งพาต้นทุนแรงงาน
ขณะเดียวกันการเพิ่มค่าจ้าง จะทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้สูงขึ้น และสร้างกำลังซื้อมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ
แนวคิดรัฐบาลเหมือนกับการเปลี่ยนเกียร์ทางเศรษฐกิจ โดยแทนที่จะใช้กลไกตลาดหรือมือที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน แต่รัฐบาลใช้นโยบายเหยียบคันเร่ง ผลักดันให้เกิดขึ้นทันที
ทั้งหมดไม่ผิด เพียงแต่มีบางหลายเรื่องที่ต้องจับตา
อาทิ จะมีโรงงานจำนวนเท่าใดที่ปิดตัวหนีค่าจ้าง
จะทำอย่างไรกับแรงงานที่ตกงาน หรือทำอย่างไรกับโรงงานหลายแห่งจะไม่ใช้แรงงานคนไทย แต่ใช้แรงงานต่างชาติทดแทน
และที่สำคัญสุดไม่พ้น คำถามที่ว่า อุตสาหกรรมต่างๆ จะมีการปรับโครงสร้างการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าตามที่คิดไว้สำเร็จหรือไม่
หรือจะเป็นการเพิ่มเฉพาะต้นทุน แต่รายได้ยังหาทางเพิ่มไม่ได้ โดยหากเป็นเช่นนั้น จะกลายเป็นปัญหาโรงงานอยู่ไม่ได้ขาดทุน ยิ่งกลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหา
เหล่านี้คือสิ่งที่ยังมองไม่ชัดและต้องติดตามหลังการขึ้นค่าจ้าง
จะเป็นเกียร์ถอยหลัง หรือเดินหน้า ได้ลุ้นระทึก







