
ประเด็นร้อน21ธ.ค.
ประเด็นร้อนยังคงเป็นเรื่องแรงกระเพื่อมจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภาคประชาชนได้ฤกษ์ฟ้องดำเนินคดีรัฐบาลแม้ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ประเด็นร้อนยังคงเป็นเรื่องแรงกระเพื่อมจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภาคประชาชนได้ฤกษ์ฟ้องดำเนินคดีรัฐบาลแม้ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องก็ตาม
1.วันนี้ เวลา 10.00 น. แวะไปที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ฤกษ์ยื่นฟ้องศาลปกครองคดีน้ำท่วม เพราะประชาชนเห็นฝีมือการบริหารจัดการน้ำล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ จึงตัดสินใจรวมตัวมอบอำนาจให้สมาคมดำเนินคดีทางปกครองกับรัฐบาล
ประเด็นของการฟ้องร้อง มีการเรียกค่าชดเชยจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท นอกจากนี้ จะมีการเปิดตัวทีมทนายความชุดใหญ่ในการฟ้องคดี เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ต้องจับตาทีเดียว
2.ทางฝั่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการช่วยเหลือด้านพลังงานแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย ปี 2554 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวงเงินในการช่วยเหลือ 1 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีประชาชน1 ล้านครัวเรือน ได้รับความช่วยเหลือ
3.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น หลังภัยพิบัติน้ำท่วม"และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหัวข้อ "อนาคตเศรษฐกิจไทยความท้าทายปี 2555" จากนั้นช่วงบ่ายภาคเอกชนจัดสัมมนาในหัวข้อ "บูรณาการประเทศไทย ก้าวพ้นภัยพิบัติ" ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินีรอยัล เมอริเดียน
4.นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) แถลงข่าว "เชื่อมั่นธุรกิจประกันภัยฝ่าวิกฤตอุทกภัย"
5.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลังและเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับแถลงข่าว "กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ปลอดเหล้า"
6.สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงการประชุมซีอีโอ ฟอรัม ซึ่งเป็นการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ เช่น อุปสรรคที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
7.ทางด้านสถานการณ์การเมืองก็มีประเด็นร้อนหลายเรื่อง วันนี้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ หลากหลายวาระการพิจารณาจ่อเข้าสู่ที่ประชุม นอกจากผลักดันร่าง พ.ร.บ.สำคัญๆ ให้มีผลบังคับใช้
แต่ที่จะสร้างอุณหภูมิเดือดเห็นจะเป็นความพยายามของบรรดา สส.พรรคเพื่อไทย แข็งขันจัดวาระพิเศษเพื่อนายใหญ่ เตรียมยกร่างกฎหมายหลายฉบับเอื้อประโยชน์คนคนเดียว ตั้งแต่การเร่งออก พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติผ่านการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินสส.พรรคมาตุภูมิ เป็นประธาน จึงต้องดูท่าทีแต่ละฝักฝ่ายในกรรมาธิการ ข้อเสนอหนึ่งอาจมีการเสนอให้ขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 90 วัน เพื่อลดปมปัญหาความขัดแย้ง แต่จะตกผลึกขนาดไหนต้องติดตาม
8.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ก่อชนวนให้เกิดปัญหาข้อคลางแคลงใจสังคมต่อเนื่องก่อนหน้านี้สร้างผลงานคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้ต้องหาหนีคดี มาล่าสุดกับข้อท้วงติงของนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ กระทรวงการต่างประเทศไม่จัดส่งตัวแทนไปร่วมดูพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชา ร่วมกับยูเนสโก ซึ่งถือเป็นการขัดมติ ครม. และยังอาจจะมีผลต่อการสู้คดีในศาลโลกให้เสียเปรียบได้ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการบริหารราชการที่ส่อบกพร่อง
9.ปมร้อนต่างประเทศยังไม่จบเพียงเท่านี้ กับการเปิดเผยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ระบุเป็นผู้ประสานกับทางการพม่าให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์เดินทางมาเยือนพร้อมเข้าพบนางอองซานซูจี ยอมรับถึงการนำร่องสานประโยชน์
10.อย่างไร ต้องจับตาท่าที ร.ต.อ.จะเป็นเกมสับขาหลอกหรือไม่เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ยืนยันไม่คิดแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ห้ามหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์สอดคล้องกับจุดยืน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม แต่ทว่าตรงกันข้ามกับแกนนำคนเสื้อแดง โดยเฉพาะคนชื่อ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช. ประกาศกลางสาธารณะปลุกระดมมวลชนเสื้อแดง มีภารกิจต้องทำให้สำเร็จ ตั้งแต่แก้รัฐธรรมนูญออกกฎหมายนิรโทษกรรม และแก้มาตรา 112







