
เหนื่อยจริงๆ
สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ก็คือ ข่าวที่สร้างความไม่เชื่อมั่นเกิดขึ้นเรื่อยๆ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ก็คือ ข่าวที่สร้างความไม่เชื่อมั่นเกิดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อวันก่อน มูดี้ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ประเมินว่า บริษัทประกันภัยต่อระดับโลก จะรายงานความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมในประเทศไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ภายในไตรมาส 4 นี้
บริษัทรับประกันภัยต่อบางราย อาทิ สวิส รี และมิวนิก รี เคยฉายหนังตัวอย่าง ระบุความเสียหายเบื้องต้นจากฝีมือน้องน้ำ สูงเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
นั่นหมายความว่า บริษัทประกันภัยต่อระดับโลกเกือบทุกราย บาดเจ็บกับสถานการณ์ในเมืองไทย
ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ การที่จะให้บริษัทเหล่านี้รับประกันโรงงานอุตสาหกรรมในไทยในปีหน้า จะเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่งขึ้น
แม้ว่าจะมีความพยายามบินไปเทียวไล้เทียวขื่อ หว่านล้อมให้บริษัทรับประกันภัยต่อ รับประกันโรงงานอุตสาหกรรมในไทยอีกครั้ง แต่มันเหมือนกับการโทรศัพท์ แล้วยังไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกอย่างไรอย่างนั้น
หรือกระทั่งมีแนวคิดจะให้รัฐบาลเป็นโต้โผ รับประกันภัยให้แทนก็ตามที
แต่ทว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงประเด็น
หากบริษัทประกันภัยต่อระดับโลก ไม่ยอมรับประกันโรงงานในเมืองไทย นั่นย่อมแสดงว่า บริษัทเหล่านี้ไม่เชื่อมั่นการบริหารจัดการของประเทศไทย
นี่แหละ เรื่องใหญ่ และสำคัญ
เพราะสภาพการไร้ความเชื่อมั่นจะแผ่ขยายในวงกว้าง สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่องเหมือนไฟลามทุ่ง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธาน บริษัท ชาร์ป ไทย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นที่โรงงานถูกน้ำท่วมเสียหาย
นักลงทุนญี่ปุ่นระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในไทยมาจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลผิดพลาด เมื่อผสมกับการประกาศเดินหน้านโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้ความรู้สึกของนักลงทุนต่างชาติตื่นตระหนก
ผลที่ตามมาก็คือมีผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม จ.ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมหลายแห่งกำลังกลับไปประชุมกับบริษัทแม่ในประเทศต่างๆ เพื่อหารือจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นหรือไม่
ทั้งหมด ถึงได้บอกนักบอกหนาว่า ใครจะทำอะไรก็รีบทำเถิด
เวลาเหลือน้อยเต็มทนแล้ว







