
ประเด็นร้อน15พ.ย.
ปมรื้อบิ๊กแบ็กให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ดอนเมือง วิภาวดีรังสิต ยังคงเป็นประเด็นคลุมเครือและต้องค้นหาคำตอบต่อไป แต่ประเด็นร้อนที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด คงหนีไม่พ้นเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ปมรื้อบิ๊กแบ็กให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ดอนเมือง วิภาวดีรังสิต ยังคงเป็นประเด็นคลุมเครือและต้องค้นหาคำตอบต่อไป แต่ประเด็นร้อนที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด คงหนีไม่พ้นเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
วันนี้ ซึ่งหลายกระทรวงยัดแพ็กเกจฟื้นฟูและช่วยเหลือว่าจะออกมาตรการและของบกันมากเท่าไร
1.การประชุม ครม.วันนี้ เชื่อว่าจะมีการสอบถามกันอย่างแน่นอนกรณีการรื้อบิ๊กแบ็กย่านดอนเมือง โดยมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเข้าไปผสมโรงกระทบต่อภาพลักษณ์การบริหารจัดการของรัฐบาลที่สาละวันเตี้ยลงในหมู่สายตาประชาชน จึงต้องติดตามหลังประชุมครม.นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะยอมตอบข้อข้องใจสื่อมวลชนอีกครั้งหรือไม่
นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบอินไซด์ที่ประชุมโดยเฉพาะ พล.ต.อ.ประชาพรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. ที่กำลังถูกจับตาหลังมีกระแสข่าววงใน ศปภ. นายกฯ ไม่สบายใจที่ไม่ให้รายละเอียดชัดเจนว่าเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร ทำให้เกิดความสับสนในการให้ข่าว
2.มหาอุทกภัยครั้งนี้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า การตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเป็นเพราะความผิดจากธรรมชาติ หรือการบริหารจัดการโดยฝีมือมนุษย์กันแน่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สภาทนายความและกลุ่มนักวิชาการต้องค้นหาคำตอบโดยตั้งแต่เช้าวันนี้จะเป็นวันแรกที่สำนักงานสภาทนายความทั่วประเทศตั้งโต๊ะให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาร้องเรียนก่อนเก็บเป็นข้อมูลฟ้องร้องต่อไป
3.กลับมาที่ประชุม ครม.วันนี้ ก่อนวาระ หนีไม่พ้นการรายงานการแก้ปัญหาน้ำท่วม และต้องรอดูว่ารัฐบาลจะไฟเขียวร่วมงานกับทีมผู้เชี่ยวชาญเนเธอร์แลนด์ระยะยาวหรือไม่ หรือจะรอเวลาหาตัวเลือกจ้างทีมงานต่างชาติอื่นด้วยหรือไม่ ต้องรอคำตอบหลังประชุม ครม.
4.ต้องจับตา เมื่อคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย(กฟย.) เสนอ ครม. เห็นชอบแนวทางการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 3 รายการ ใช้งบประมาณฟื้นฟูรวม 18,441.01 ล้านบาท อาทิ การฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง การฟื้นฟูสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หลังจากระดับน้ำลดลง 34 จังหวัด รวม 799 แห่ง เพื่อให้ทันต่อการเรียนการสอนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้
5.ประชุม ครม.คราวก่อนอนุมัติกรอบจ่ายชดเชย 5,000 บาทพี่น้องประสบภัยใน กทม. สำหรับ ครม.วันนี้ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่อื่นทั้ง 27 จังหวัด ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ซึ่งเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติมของกระทรวงมหาดไทย วงเงินรวม 11,461.01 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยอีกกว่า 2 ล้านครัวเรือน
6.นอกจากวาระน้ำท่วม การฟื้นฟูเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปเมื่อกระทรวงการคลัง เสนอมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟาสตรักเจอร์ฟันด์)โดยจะยกเว้นภาษีจากเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนดังกล่าว 10 ปี
7.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่จะนำไปใช้ในการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง โดยบริษัทไทยนิปปอน สตีล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น เป็น 1 ใน3 ภาคเอกชนที่ช่วยจัดทำแพครั้งนี้ให้กับกระทรวงพลังงาน และมีอีก 2 บริษัท คือบริษัท ซียูอีแอลและบริษัท ยูนิไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำแท่นผลิตปิโตรเลียม
8.พบกับการรวมพลังของภาคเอกชน12 แห่ง ร่วมกันก่อตั้งกองทุน"พลังน้ำใจไทย Power of Thai" ขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
9.นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) แถลงข่าวเกี่ยวกับการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยด้านการเกษตร ภายหลังน้ำลด ห้องเศรษฐกิจการเกษตรส่วนหน้า ชั้น 3 อาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
10.วันนี้คงจะทราบผลการประเมินเบื้องต้น ว่าธนาคารประพาณิชย์จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเพียงใด โดยน.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
แถลงผลกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์และรายงานข้อมูลผลกระทบของหนี้เสียจากปัญหาน้ำท่วมในเบื้องต้นด้วยที่ห้องสมุด อาคาร 1 สำนักงานใหญ่ ธปท.
11.ธนาคารกสิกรไทย จัดงานแถลงข่าว "K SMEกอบกู้ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม"เพื่อแถลงถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการฟื้นฟูธุรกิจหลังภาวะน้ำท่วม ที่อาคารจามจุรีสแควร์







