
มันอยู่ในท่อ
การแก้ปัญหาน้ำท่วมดูเหมือนจะยุ่งยากมากกว่าที่คิดโดยเฉพาะในเขต กทม.
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การแก้ปัญหาน้ำท่วมดูเหมือนจะยุ่งยากมากกว่าที่คิดโดยเฉพาะในเขต กทม. เนื่องจากสภาพภูมิประเทศแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ
น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในเกือบทุกเขต เกิดจาก 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ น้ำท่ากับ น้ำทุ่งน้ำท่า คือน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำลำคลอง ซึ่งล้นเข้ามาส่วน น้ำทุ่ง คือน้ำที่ไหลบ่าตามพื้นดิน ขังอยู่ในทุ่ง
การวางแผนรับมือน้ำท่วม ที่ผ่านมาจึงเอาน้ำท่ากับน้ำทุ่ง เป็นปัจจัยหลัก
แต่ กทม.ไม่ใช่ เพราะมีน้ำท่อเพิ่มเข้ามาอีกน้ำท่อ คือ น้ำที่ผุดมาจากท่อท่วมทุกพื้นที่ โดยแม้จะมีการทำพนังกันน้ำทุ่ง แต่ก็เอาไม่อยู่ น้ำก็ยังท่วม
น้ำท่อเกิดจากน้ำท่วมทุ่งไหลบ่าลงมา แล้วก็ไปสร้างพนังกั้นเอาไว้ น้ำจึงซึมลงใต้ดินไหลเข้าระบบท่อ จากนั้นเมื่อท่อเต็มก็ล้นระเบิดขึ้นมาบนถนน บนทางเท้า หน้าบ้าน
การประเมินสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม. ที่นับเฉพาะสิ่งที่มองเห็นคือ น้ำท่า กับ น้ำทุ่ง จึงผิดพลาดเพราะไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือใช้วิธีอื่นๆ ก็มองไม่เห็นน้ำท่อที่อยู่ใต้ดิน และการแก้ปัญหาน้ำท่อยังยากเย็นแสนเข็ญนัก ก็คือตัวเลขที่น่าตกใจจากกองระบบท่อระบายน้ำกทม.มีท่อระบายน้ำความยาวทั้งหมดถึง 5,000 กม.
เทียบง่ายๆ ก็คือ ถ้าเอาท่อเหล่านี้มาเรียงกันจะมีความยาวเท่ากับการเดินทางไปและกลับจากใต้สุดของประเทศคือ อ.เบตง จ.ยะลา ไปเหนือสุดคือ อ.แม่สายจ.เชียงราย
ระบบท่อเหล่านี้ยังยากในการบริหารจัดการ เนื่องจากอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการระบายน้ำ 1,400 กม. ที่เหลือ 3,600 กม. สำนักงานเขตต่างๆ จะเป็นผู้ดูแล
นอกจากระบบท่อที่ซับซ้อนแล้ว ฝาท่อระบายน้ำซึ่งจะเป็นจุดให้น้ำท่อทะลุขึ้นมาได้ยังมีมากมาย โดยตัวเลขก็คือใน กทม.มีฝาท่อ 416,667 ฝาท่อระบายน้ำใน กทม.มีทั้งท่อเก่า ท่อใหม่ จึงมีปัญหาเรื่องน้ำซึมได้ง่ายๆ
กทม.เคยเก็บข้อมูลโดยมี 14 เขต มีท่อเต็มพื้นที่ อีก11 เขต มีท่อไม่เต็มพื้นที่ ส่วนเขตที่เหลือยังไม่มีข้อมูล
น้ำท่อเป็นปัญหาใหญ่ที่อยู่ใต้ดิน การแถลงว่าวิกฤตน้ำท่วมผ่านพ้นไปแล้ว หรือจุดไหน กทม.น้ำจะท่วมหรือไม่จึงมักผิดพลาด เพราะผลกระทบจากน้ำท่อนี่เอง
ดังนั้นการแก้ปัญหาน้ำท่วมจึงต้องคำนึงถึงภูมิสังคมหรือภูมิประเทศ และสภาพสังคมด้วย อย่าเอาแต่ทฤษฎี กทม.เป็นตัวอย่างเห็นตำตาว่าจมบาดาลกันหมด







