
มันมาแล้ว
มาแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งเขียนเกี่ยวกับ สามวาโมเดล ไปเมื่อวานนี้เอง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
มาแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งเขียนเกี่ยวกับ สามวาโมเดล ไปเมื่อวานนี้เอง
เพราะการเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา ตามแรงกดดันของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ สร้างผลกระทบอย่างมาก
ไม่ต้องนับพื้นที่ซึ่งจะได้รับปัญหาน้ำเอ่อท่วมมากขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือการเปิดคลองสามวาจะทำให้เกิดการเอาอย่าง ลามไปพื้นที่อื่นๆ อีก
ชาวบ้านเห็นแล้วว่า การรวมตัวกดดันมันเป็นผล ก็จะรวมตัวเรียกร้องให้เปิดประตูน้ำ หรือทำลายพนังกั้นน้ำ
จริงอยู่แม้ขณะนี้จะมีความพยายามลดระดับประตูน้ำที่คลองสามวา ภายหลังจากที่ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่า การเปิดประตูเพิ่มมากขึ้นไม่ได้ทำให้พื้นที่น้ำท่วมของตัวเองลดลงมาเลย
แต่พื้นที่อื่นๆ กว่าชาวบ้านจะเข้าใจ มันมิสายเกินไปหรือ
ถึงได้บอกแล้วว่า ปัญหาคลองสามวาไม่ได้อยู่ที่เฉพาะพื้นที่คลองสามวา แต่มันจะลุกลามบานปลายใหญ่หลวง หากการแก้ปัญหายังทำแบบเดิมๆ ก็คือเมื่อมีการชุมนุมกดดัน ทุกอย่างจะได้รับการตอบรับตามข้อเรียกร้อง
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นก็คือ ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ประชาชนเลิกรื้อคันกั้นน้ำที่คลอง 913 เพราะจะสร้างปัญหาให้น้ำไหลมารวมที่คลองแสนแสบ และเอ่อล้นมาถนนสุวินทวงศ์ ถนนรามอินทรา ถนนนวมินทร์ ถนนรามคำแหง
แม้กระทั่งการประปานครหลวง (กปน.) ยังต้องประกาศว่าโรงงานผลิตน้ำบางเขน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำใหญ่สุดจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตน้ำประปาลงอีก 2 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน
สาเหตุเนื่องจากค่าออกซิเจนละลายในน้ำลดต่ำลง หลังเกิดเหตุน้ำเน่าเอ่อล้นลงคลองประปา
กปน.ถึงกับต้องขอร้องให้ประชาชนที่อาศัยตลอดแนวคลองประปาอย่าทำลายแนวคันกั้นน้ำ เพราะการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา และอาจทำให้ กปน.ต้องลดการผลิตน้ำลงไปเรื่อยๆ
ทั้งหมดคือสภาพที่เกิดขึ้น สภาพที่ควบคุมกันไม่อยู่
แล้วใครจะมาเสนอหน้ารับผิดชอบบ้าง







