
บทเรียนจากกรีซ
กรีซ กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความวุ่นวายด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะได้เงินกู้เข้ามาเยียวยาหรือไม่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กรีซ กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความวุ่นวายด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะได้เงินกู้เข้ามาเยียวยาหรือไม่
หากกรีซได้เงินกู้ก้อนใหม่ ก็เหมือนกับการยืดปัญหาไปข้างหน้า กรีซหมดปัญญาในการลดค่าใช้จ่าย ไม่มีทางลดหนี้สินลงมา
ในทางกลับกัน ถ้ากรีซไม่ได้รับเงินกู้ แน่นอนก็ต้องอยู่ในภาวะพักการชำระหนี้ ชักดาบคนทั้งโลก
ผลกระทบจะลามไปวงกว้าง เนื่องจากยังมีชาติในยุโรปในกลุ่ม PIGS ที่ป้อแป้ มีหนี้สินล้นพ้นตัว
P คือ โปรตุเกส I อิตาลี G กรีซ S สเปน
ปัญหาที่กรีซประสบมาตลอดคือหนี้สิน การใช้จ่ายเกินตัว ไร้วินัยการคลัง และคลั่งในประชานิยม
กรีซเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร ต่อมาเมื่อประชาธิปไตยเบ่งบาน พรรคการเมืองของกรีซก็ชูนโยบายประชานิยมเข้ามาเป็นนโยบายของชาติ
ทั้งการเพิ่มสวัสดิการให้ประชาชน การจ่ายบำเหน็จบำนาญก่อนถึงวัยเกษียณ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน จนรายได้เฉลี่ยในช่วง 10 ปี เพิ่มขึ้นถึง 26%
รัฐบาลกรีซประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และค่าจ้างแรงงาน โดยเมื่อภาคเอกชนยังไม่ทำตาม ภาครัฐบาลก็เดินหน้าเอง โดยขยายตำแหน่งงาน กระตุ้นให้เกิดการขึ้นเงินเดือนของภาคเอกชน
แหม ฟังๆ แล้วคุ้นอย่างไรชอบกล
แม้กระทั่งการเลือกตั้งในกรีซครั้งหลังสุด ทั้งๆ ที่ประเทศกำลังประสบปัญหาขาดดุลงบประมาณอย่างรุนแรง แต่พรรคการเมืองก็ยังชูนโยบายประชานิยม ทุ่มเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
แน่นอน-ชาวกรีซที่ติดประชานิยมงอมแงม ก็เลือกตั้งพรรคการเมืองต้นตำรับประชานิยมเข้ามาบริหารประเทศ
บทเรียนจากกรีซ แสดงให้เห็นชัด แนวทางประชานิยม และการหวังว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐ เพื่อเพิ่มเงินให้ประชาชน แล้วหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เป็นความหอมหวานระยะสั้น แต่ระยะยาวมีความเสี่ยงมหาศาล
ที่สำคัญเมื่อประชาชนเสพติดประชานิยม จะแก้ได้ยาก โดยเฉพาะจะมีพรรคการเมืองที่นำเอาประชานิยมที่เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ มาเป็นแนวทางการหาเสียง
สุดท้ายมันก็ต้องเจ๊งอย่างที่เห็น
แล้วเมืองไทย ไม่ลองตรึกตรองบทเรียนจากกรีซบ้างหรือ???







