
น่าห่วงมาก
น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เพราะงานแรกที่ถือเป็นงานระดับนานาชาติ ไม่ใช่การเดินลุยน้ำ เจียวไข่ ออกทีวีช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก็คือปัญหา ปราสาทพระวิหาร ที่เกี่ยวเนื่องกับการพบกับ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เหมือนกับ ยิ่งลักษณ์ ออกทะเล หาฝั่งไม่เจอ
อาการเสียท่าครั้งใหญ่ เกิดจากคำถามที่ว่าพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทยหรือไม่ โดย ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังพูดไม่ได้เพราะมีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งจะมีผลต่อการให้ข้อมูลต่อศาลโลก
ยิ่งลักษณ์ ยังพูดทำนองอยากเสริมกำลังตำรวจเข้าไปในพื้นที่แทน เพื่อจะให้เจบีซีมาทำงานร่วมกัน
นี่แหละที่มันเสียท่าจนน่าตกใจ
เพราะอีกฝ่ายอย่าง ฮุนเซน เมื่อเจอ ยิ่งลักษณ์ ก็พูดชัดพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของเขมร ไม่ใช่ของไทย
ฮุนเซนยังบอกอีกว่า จะไม่ยอมถอนทหาร ขณะที่นายกฯ ไทยบอกว่า อยากเอาตำรวจเข้าไป
เรียกได้ว่า ฮุนเซน ไม่อ้อมค้อม แต่นายกฯ ไทยยังทำท่าเหมือนมึน งง สงสัยเป็นอย่างยิ่ง
สุดท้าย ยิ่งลักษณ์ ต้องแก้เกมด้วยการไปโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของตัวเองว่า พื้นที่ทับซ้อนเป็นของประเทศไทย
มันน่ากลุ้มใจไหมล่ะ
ทุกอย่างแสดงให้เห็นว่ายิ่งลักษณ์ยังไม่พร้อมสำหรับปัญหาระดับชาติ
โดยเฉพาะปัญหาที่ละเอียดอ่อนต่อการเมืองในประเทศ และการเมืองระหว่างประเทศ อย่างกรณีปราสาทพระวิหาร
คำสัมภาษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ย่อมได้รับการตีพิมพ์และแปลอย่างแพร่หลายไปทั่ว ทั้งในและต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้ จะกลายเป็นเงื่อนปม ขยายผลได้ง่ายๆ
เอาแค่ฝ่ายค้านหยิบประเด็นการพูดผิด พูดถูกขึ้นมาก็เหนื่อยแล้ว
ฝ่ายค้านระบุว่า ประเทศไทยกำลังมีนายกฯ 2 คน คือ ยิ่งลักษณ์ และยิ่งลักษณ์ในเฟซบุ๊ก ที่ความคิดความอ่านไม่ตรงกัน พูดกลับไปกลับมา จนอาจสร้างเงื่อนไขให้ไทยตกเป็นเบี้ยล่างและตกเป็นรองในเวทีระหว่างประเทศ
นี่แหละ หาก ยิ่งลักษณ์ ไม่แม่นประเด็น ในแต่ละปัญหาก็น่าหนัก
บ้านเมืองเราน่าเป็นห่วงเสียเหลือเกิน







