
สามขาโมเดล (2)
ชาวหมู่บ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง คือภาพสะท้อนของสังคมชนบทและสังคมไทย ที่ปัญหาใหญ่คือหนี้สิน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ชาวหมู่บ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง คือภาพสะท้อนของสังคมชนบทและสังคมไทย ที่ปัญหาใหญ่คือหนี้สิน
เมื่อปี 2540 ชาวบ้านร้อยกว่าหลังคาเรือนมีหนี้ 18 ล้านบาทเศษ และหลังการสำรวจครั้งที่ 2 ยอดหนี้พุ่งขึ้นถึง 22 ล้านบาท
แน่นอน ชาวบ้านสามขาคือบรรดาลูกค้าสำคัญของพรรคการเมือง ที่มักจะใช้นโยบายประชานิยม แจก แถม ในรูปการสงเคราะห์เงิน หรือสารพัดโครงการหาเสียง
แต่ชุมชนบ้านสามขา เลือกทางของตัวเองไม่รอฝันจากนักเลือกตั้ง
หัวใจสำคัญที่ชาวบ้านทำก็คือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กลับเข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจพอเพียง
การลดรายจ่ายได้รับการแนะนำจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่เข้ามาทำวิจัยเรื่องหนี้สินชาวบ้านสามขา โดยจะให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนทำบัญชีครัวเรือน วิเคราะห์ที่มาที่ไปของเงิน
จากข้อมูลบัญชีครัวเรือน เงินที่ชาวบ้านกู้ยืมมา 80% ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ แม้กระทั่งพริก ผักชี ปลูกกินเองได้ ก็ยังเอาเงินไปซื้อ ทั้งหมดจึงนำไปสู่การลดค่าใช้จ่าย รวมถึงการผลิตสินค้าเพื่อใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำยาล้างจาน แชมพู เป็นต้น
ชุมชนบ้านสามขายังตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในช่วงที่เป็นหนี้สิน เริ่มจากเดือนละ 10 บาท เพราะการออมเท่ากับเป็นการลดรายจ่าย
นั่นคือการดำเนินการในซีกของการลดรายจ่าย
แต่ในส่วนของการเพิ่มรายได้ กลายเป็นปัญหาที่หนักกว่า เพราะบ้านสามขาทำการเกษตร จึงต้องอาศัยน้ำ
บ้านสามขาตั้งอยู่เชิงดอย ช่วงหน้าฝนจะมีปัญหาน้ำท่วม ขณะที่หน้าแล้งจะมีปัญหาน้ำไม่พอใช้ เป็นสภาพแล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซ้อน เหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ
ชาวบ้านสามขามีอ่างเก็บน้ำอยู่ และคิดว่าหากมีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำจะช่วยแก้ปัญหาได้
แต่โชคดีของชาวบ้านสามขา ที่ขณะนั้นยังไม่มีบางระกำโมเดล และเป็นจังหวะที่ พารณ อิศรเสนาฯ อดีตกรรมการผู้จัดการ เครือปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เดินทางไปบ้านสามขา และบอกให้ชาวบ้านไปศึกษาดูงานที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมๆ กับทีมงานของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง)
การเดินทางครั้งสำคัญของชาวบ้านสามขาจึงเกิดขึ้น
และครั้งนั้นทำให้ชีวิตชาวบ้านสามขาเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง







