
เหลือรับประธาน
ตามติดการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบาย
โดย...สันทัด กรณี
ตามติดการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลมา 3 วัน ทำให้เห็นเค้าลางของความวุ่นวายสถาบันนิติบัญญัติขึ้นมาอย่างเด่นชัด
ครับ...การประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการประชุมรัฐสภาที่มีสมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมการประชุมด้วยนั้น เป็นเรื่องปกติอย่างมาก ที่ สส.ในปีกรัฐบาล เกิดอาการสันดาปทางความคิด กับ สส.ในปีกฝ่ายค้าน
ในสภาหลายๆ ชุดที่ผ่านมา...มันก็เป็นเช่นนี้เอง
แต่การทำหน้าที่นิติบัญญัติของสภาฯ ในอดีตนั้นยังสามารถทำการตรวจสอบการบริหารประเทศได้ในระดับหนึ่ง สามารถทำหน้าที่ตรากฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติมาได้โดยตลอด
ความที่เป็นดังนี้ กลไกสำคัญที่ต้องให้น้ำหนักอย่างสูง คือบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีตำแหน่งประธานรัฐสภาอีกตำแหน่งหนึ่ง
ครับ...คนที่จะเป็นประธานนั้น อย่าว่าแต่ประธานสภาฯ เลยครับ ประธานนักเรียน ประธานกองกฐิน ประธานผ้าป่า ประธานชุมนุม ประธานโน่นประธานนี่ ฯลฯ...จะมีความเหมือนกันอยู่ 2 ประการในสาระสำคัญ
คุณสมบัตินั้นคือ มีวัตรปฏิบัติเป็นที่น่านับถือ มีความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์
คุณสมบัตินั้นคือ มีความยุติธรรมต่อทุกคนทุกกลุ่ม
คุณสมบัตินั้นคือ ไม่มีความอาฆาต
คุณสมบัตินั้นคือ อ่อนน้อมถ่อมตน ยินดีรับฟังความคิดเห็นและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ขณะเดียวกันก็พร้อมจะใช้อำนาจในกรอบกติกา อย่างไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก
ส่วนความคิดสร้างสรรค์ มีวิชัน อะไรพวกนั้น จำเป็นสำหรับประธานในบางองค์กร บางองค์กรจำเป็นมาก บางองค์กรจำเป็นน้อย
แต่ก็อะนะ...บางองค์กรไม่จำเป็นเลยครับ เช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะการเรียกร้องให้คนในตำแหน่งนี้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์ เป็นการเรียกร้องที่สูงเกินไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แค่มีคุณสมบัติเบื้องต้น 3-4 ข้อ ตามที่ผมคิดแล้วเขียนไว้ข้างบนก็ “สง่างามเหลือเฟือ” แล้วล่ะครับ
ครับการประชุมรัฐสภาล่ม เพราะองค์ประชุมไม่ครบนั้นเมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.นั้น คนภายนอกบางกลุ่มอาจมองว่าเป็นเพราะ สมาชิกรัฐสภาขี้เกียจ ไม่เข้าประชุมจนทำให้องค์ประชุมขาด ไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อได้
แต่หากได้พินิจมูลเหตุแล้ว...ไม่ใช่โดยเด็ดขาด!
คุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ น่าจะรู้แก่ใจว่าทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น และหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุคือ ตัวทั่นประธานที่ทำตัวไม่น่าเอ่อ...รัก...ฮี่ๆๆๆ
ทุกประการล้วนมาจากทำหน้าที่ของทั่นประธาน ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ประธาน และมีการหักหลังข้อตกลงโดย สส.ในปีรัฐบาลที่พยายามรวบหัวรวมหางขอปิดการประชุม ทั้งที่ผู้อภิปรายหลายคนยังไม่ได้ขึ้นอภิปราย
เป็นเหตุให้ สส.ฝ่ายค้าน จำนวนหนึ่งเดินออกจากห้องประชุม และจำนวนหนึ่งไม่แสดงตน รวมทั้ง สว.ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากทั่นประธาน ก็ไม่เสียบบัตรแสดงตนจนการประชุมล่ม
ครับ...เรียนท่านประธาน...ด้วยความห่วงใย!
ครับ...ครั้งเดียวก็เกินพอ คนหัวใจประชาธิปไตยไม่มีใครต้องการเห็นเรื่องราวประเภทนี้เกิดขึ้นซ้ำสอง







