posttoday
สิ่งที่ควรต้องทำ

สิ่งที่ควรต้องทำ

25 สิงหาคม 2554

เมื่อวานนี้ ขณะที่รัฐบาลกำลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เมื่อวานนี้ ขณะที่รัฐบาลกำลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และลงมติขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%

นี่แหละ คือประเด็นที่น่าห่วงเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเมื่อผู้ที่ดูแลนโยบายการเงิน อย่างธนาคารชาติ กับผู้ที่ดูแลนโยบายการคลัง อย่างกระทรวงการคลัง และรัฐบาล มีความเห็นขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

คงจำกันได้ ก่อนหน้านี้ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมไปถึง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ บอกชัดไม่เห็นด้วยกับการขึ้นดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ และยังเชิญชวนนักธุรกิจร่วมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการขึ้นดอกเบี้ย

ขณะเดียวกันธนาคารชาติเอง ก็พูดชัดไล่เรียงตั้งแต่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เรื่อยลงมา แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยบอกว่า ไม่จำเป็นต้องทำแล้ว สิ่งที่น่าห่วงคือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่า

นี่แหละ มันถึงน่าห่วง

เพราะภาพพจน์ของผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจทั้ง 2 ด้าน ไม่ต่างกับการนัดเจอกันที่สนามมวยลุมพินีแม้แต่น้อย

ต่างฝ่ายต่างยืนคนละมุม

ต่างฝ่ายต่างออกอาวุธ พูดตอบโต้กันไปมา เหมือนกับนักมวยประเคนแม่ไม้มวยไทย ทั้งหมัด ศอก เข่า ไม่มีผิด

ลีลาของ ประสาร ศิษย์บางขุนพรหม กับ ต.โต้ง ณ ปักษ์ใต้ ไม่แพ้ ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ นักมวยไทยแชมป์โลก K1 แม้แต่น้อย

งานนี้จึงยังเหลือแค่การกระโดดกัดหูเท่านั้น รับประกันได้ว่าจะเหมือนยิ่งกว่าเหมือน

แต่ทว่ามันคงไม่ดีต่อเศรษฐกิจ และการบริหารนโยบายของประเทศ

หนทางที่ควรจะเป็นก็คือ ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ทีมนโยบายเศรษฐกิจทั้งของรัฐบาล และแบงก์ชาติ ควรจะต้องมาประชุมกัน สร้างบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ด้านนโยบายเศรษฐกิจ

แม้ความเห็นจะแตกต่าง แต่การแสวงหาจุดร่วมควรจะต้องมี

รัฐบาลใหม่กำลังมา ประชาธิปไตยกำลังเดินหน้า ใครถูกใครผิด ผลงานจะพิสูจน์ให้เห็น

คิดต่างไม่ผิด แต่แตกต่างไม่ใช่แตกแยก โปรดพิจารณาให้จงดี

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน